ข่าว
ดีอี เผยสถิติปิดกั้นแอปเงินกู้เถื่อนและเว็บไซต์ดอกเบี้ยโหดกว่า 1,500 รายการ เตือนประชาชนเช็กก่อนกู้
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี (MDES) แจงผลงานรอบปีในการปราบปรามแอปพลิเคชันสินเชื่อเงินกู้ผิดกฎหมาย และเว็บไซต์ที่เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา เผยสั่งปิดกั้นเนื้อหาไปแล้วกว่า 1,500 รายการ พร้อมประสานงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอีออกโรงเตือนประชาชนให้ระวังกลโกงของสแกมเมอร์ (Scammer) ที่ใช้ข้อความโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงให้กู้เงินออนไลน์จนนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคล
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงแนวทางการปราบปรามแอปเงินกู้เถื่อนและยูอาร์แอล (URL) ที่กระทำผิดกฎหมายว่า ปัจจุบันกระทรวงดีอีดำเนินงานใน 2 แนวทางหลัก ประกอบด้วย การปฏิบัติงานเชิงรุกโดยใช้อำนาจตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 20 วรรคสอง ตรวจจับเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย จากนั้นจะส่งข้อมูลให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังตรวจสอบการจดทะเบียน หากพบว่าไม่ถูกต้องจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอคำสั่งปิดกั้นไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) หรือหน้าร้านค้าแอปพลิเคชัน (Store) ทันที และอีกแนวทางคือการดำเนินการปิดกั้นตามที่หน่วยงานอย่าง ธปท. หรือ สศค. แจ้งเรื่องมา โดยกระทรวงดีอีจะตรวจสอบพยานหลักฐานให้ครบถ้วนก่อนยื่นคำร้องต่อศาลตามมาตรา 20 (3)
สำหรับสถิติการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ส่งรายชื่อแอปพลิเคชันเงินกู้ให้กระทรวงดีอีดำเนินคดีรวม 79 แอป ซึ่งหลังจากประสานงานให้ สศค. ตรวจสอบการจดทะเบียนแล้ว ได้รับการยืนยันและดำเนินการส่งคำร้องให้ศาลมีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลาย พร้อมนำรายการที่เป็นสินเชื่อรายย่อยออกจากระบบแล้วจำนวน 57 รายการ นอกจากนี้ กระทรวงดีอี ยังได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกปิดกั้นเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา โดยสั่งปิดกั้นไปแล้วจำนวน 1,466 URLs ในช่วงระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 17 พฤษภาคม 2569
ในส่วนของรูปแบบภัยคุกคามออนไลน์ ยอดพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพหรือสแกมเมอร์มักหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย โดยใช้ข้อความชวนเชื่อว่า กู้ง่าย ได้เร็ว ดอกเบี้ยต่ำ ใช้เอกสารน้อย ไม่ต้องมีหลักประกัน หรือติดแบล็กลิสต์ก็กู้ได้ ซึ่งหากประชาชนหลงเชื่อจะมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญ เช่น เลขบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เลขบัญชีธนาคาร รวมถึงอาจสูญเสียทรัพย์สินจากการถูกหลอกให้โอนเงินค่าธรรมเนียม ค่ามัดจำ หรือเงินค้ำประกันก่อนได้รับเงินกู้
“ขอเตือนประชาชน เรื่องการกู้เงินผ่านแอปต่างๆ จะต้องตรวจสอบก่อนการใช้บริการ ซึ่งสามารถตรวจสอบชื่อแอปเงินกู้ที่มีการลงทะเบียนถูกต้องได้ที่ เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเสิร์ช พิมพ์คำว่า “เช็กแอปเงินกู้” เพื่อดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องก่อนใช้บริการ ขณะที่กระทรวงดีอีได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ตร. กสทช. ปปง. ธปท. ฯลฯ อย่างต่อเนื่องเพื่อดำเนินการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนเกิดหลงเชื่อโอนเงินค่ามัดจำ หรือค่าธรรมเนียมต่างๆไปแล้ว สามารถแจ้งระงับบัญชีได้ทันทีที่ AOC 1441 ตลอด 24 ชม.” นางสาวแนน กล่าว
