ข่าว
YouTube เจอครีเอเตอร์ประท้วงหนัก หลังเปิดตัว AI รีมิกซ์คลิป Shorts ของคนอื่น
สำนักข่าวบริคอินโฟ – แพลตฟอร์มวิดีโอชื่อดังอย่าง ยูทูบ (YouTube) กำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ หรือ ครีเอเตอร์ หลังจากได้เปิดตัวชุดเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใหม่ล่าสุด ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยี Google Omni ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถนำคลิปสั้น หรือ YouTube Shorts ของบุคคลอื่นมาปรับแต่งและ “รีมิกซ์” (Remix) ได้ จนสร้างความไม่พอใจให้กับเหล่ายูทูบเบอร์ (YouTubers) ที่มองว่าเป็นการละเมิดและทำลายคุณค่าของผลงานออริจินัล
สำหรับการเปิดตัวเทคโนโลยี Google Omni AI ในครั้งนี้ จะช่วยให้ครีเอเตอร์คนอื่น ๆ สามารถนำคลิปวิดีโอ Shorts ที่ถูกอัปโหลดไว้บนแพลตฟอร์มแล้ว มาดัดแปลงแก้ไขใหม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนธีมหลักของวิดีโอ การเพิ่มสิ่งต่าง ๆ เข้าไปในฉากหลัง หรือการปรับแต่งรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ แม้ทางแพลตฟอร์มจะระบุว่า วิดีโอที่ผ่านการรีมิกซ์จะมีการใส่ลายน้ำดิจิทัล (Digital Watermarks) พร้อมระบุข้อมูลเมทาดาตา (Metadata) และมีการแนบลิงก์เชื่อมโยงกลับไปยังวิดีโอต้นฉบับเพื่อให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานตัวจริงได้รับเครดิต รวมถึงเปิดทางเลือกให้ครีเอเตอร์สามารถกดตั้งค่าไม่เข้าร่วม (Opt out) เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นนำวิดีโอของตนไปรีมิกซ์ได้ก็ตาม แต่มาตรการดังกล่าวกลับไม่ได้ช่วยลดความกังวลของชุมชนผู้ผลิตเนื้อหาแต่อย่างใด
Announced today at #GoogleIO, check out new ways you can create and search on @youtube:
💬Search complex questions using Ask YouTube, our new conversational search experience.
🔄Gemini Omni is coming to YouTube Shorts Remix and the YouTube Create app. Add yourself to your… pic.twitter.com/b8372ppI6W— Updates From YouTube (@UpdatesFromYT) May 19, 2026
กลุ่มครีเอเตอร์ชื่อดังจำนวนมากได้ออกมาแสดงความไม่พอใจและต่อต้านแนวทางนี้อย่างรุนแรง โดย Jacksfilms ได้แสดงความเห็นสั้น ๆ เพื่อปฏิเสธฟีเจอร์นี้ว่า “ไม่ล่ะ ขอบคุณ” ขณะที่ The Spiffing Brit ได้ตั้งคำถามถึงแพลตฟอร์มอย่างดุเดือดว่า “ขอโทษนะ ยูทูบ นี่มันเรื่องอะไรกัน… พวกคุณไม่เห็นสิ่งที่พวกเขาทำกับ Grok หรือไง”
ด้าน GaijinGoombah กล่าวว่า “เจเนอเรทีฟ ไอไอ (Generative AI) ควรจะไสหัวไปได้แล้ว” ส่วนวีทูบเบอร์อย่าง Elia Stellaria ได้ร่วมแสดงความเห็นเชิงประชดประชันว่า “เพราะนี่คือสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องการอย่างแน่นอนล่ะมั้ง คอนเทนต์ขยะที่ไร้วิญญาณเพิ่มขึ้นน่ะ”
นอกจากกระแสต่อต้านในตัวเทคโนโลยีแล้ว ผู้ใช้งานหลายรายยังตั้งข้อสังเกตและส่งสัญญาณเตือนว่า ระบบของทางแพลตฟอร์มได้กำหนดให้บัญชีของครีเอเตอร์ทุกคนเข้าร่วมฟีเจอร์นี้โดยอัตโนมัติ (Automatically opted-in) ซึ่งหากครีเอเตอร์คนใดที่ไม่ต้องการให้คลิปของตนเองถูกนำไปรีมิกซ์ จะต้องเผชิญกับขั้นตอนที่ยุ่งยากและมีอุปสรรคหลายอย่างในการเข้าไปกดตั้งค่านำตัวเองออกจากระบบนี้
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากฟีเจอร์การรีมิกซ์วิดีโอแล้ว แพลตฟอร์มยังได้เปิดตัวระบบค้นหาแบบใหม่ในชื่อ Ask YouTube ซึ่งมีลักษณะการทำงานคล้ายคลึงกับการค้นหาด้วย Google Gemini ทว่าในปัจจุบัน ฟีเจอร์ดังกล่าวยังจำกัดการใช้งานเฉพาะกลุ่มผู้สมัครสมาชิก ยูทูบ พรีเมียม (YouTube Premium) ในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ทั้งนี้ ทางแพลตฟอร์มได้พยายามเพิ่มมาตรการสำหรับผู้ใช้ที่กังวลเรื่องการถูกนำเนื้อหาไปใช้โดยปัญญาประดิษฐ์ ด้วยการปรับปรุงระบบให้สามารถแจ้งลบคลิปวิดีโอประเภทดีปเฟก (Deepfakes) ได้ง่ายขึ้น และเปิดให้ผู้ใช้สามารถลงทะเบียนระบบตรวจจับความคล้ายคลึงของใบหน้าและตัวตน (Likeness detection technology) ภายในระบบ Content ID ได้
