การเมือง
รังสิมันต์ โรม จี้รัฐเร่งออกหมายจับ เบน สมิธ เครือข่ายสแกมเมอร์รายใหญ่ หลังพบอายัดทรัพย์ล่าช้าจนเงินรั่วไหล
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกโรงตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการปราบปรามเครือข่าย สแกมเมอร์ (Scammer) ของรัฐบาลไทย หลังพบว่าการอายัดทรัพย์สินมีความล่าช้าและยังไม่มีการออกหมายจับตัวการสำคัญอย่าง เบน สมิธ และภรรยา ทั้งที่มีหลักฐานความเชื่อมโยงชัดเจนกับกลุ่มทุนสีเทาข้ามชาติและเครือข่าย ฮุ่ยวัน ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายและการฟอกเงินมหาศาล พร้อมเร่งรัดให้ประสาน ตำรวจสากล (Interpol) ออกหมายแดงเพื่อสกัดกั้นการหลบหนี
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 รังสิมันต์ โรม ได้แสดงทัศนะต่อกรณีการอายัดทรัพย์สินเครือข่าย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และสแกมเมอร์ โดยระบุว่าการดำเนินการในปัจจุบันยัง “น้อยไปและช้าไป” โดยเฉพาะคดีที่ขยายผลมาจากกรณีของนางสาวแตงไทย ซึ่งพบความผิดปกติในการละเว้นการออกหมายจับผู้บงการรายใหญ่ แม้จะมีการจับกุม ยิม เลียก (Yim Leak) ไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่กลับยังไม่มีการดำเนินการทางกฎหมายกับ เบน สมิธ ซึ่งถือครองทรัพย์สินจำนวนมากกว่ายิม เลียก หลายเท่าตัว
“การออกหมายจับจึงเป็นส่วนสำคัญที่หายไป และตนก็ไม่เคยได้รับคำอธิบายต่อเรื่องนี้ ทุกหน่วยงานพร้อมใจที่จะเงียบเรื่องนี้ นอกจากนี้ ตนได้รับข้อมูลมาโดยตลอดว่ามีความพยายามวิ่งเพื่อขอปลดอายัดทรัพย์สินที่มีการยึด แต่อย่างน้อยตนขอชื่นชมหน่วยงาน ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) ที่มีคนพยายามทำงานจริงจังในเรื่องนี้ แต่ส่วนที่ยังไม่มีความคืบหน้าเคลื่อนไหวคือ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยเฉพาะต่อกรณี ฮุ่ยวัน ที่เคยมีปฏิบัติการ สกายฟอล (Skyfall) ของตำรวจสอบสวนกลางมาก่อน ซึ่งถ้าดำเนินการตั้งต้นจากจุดนี้จะสามารถขยายผลในส่วนของเครือข่ายสแกมเมอร์ได้มากกว่าเดิม แต่กลับไม่มีการขยายผล” รังสิมันต์ กล่าว
นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยข้อมูลด้านความเคลื่อนไหวทางการเงินผ่านแพลตฟอร์ม ฮุ่ยวัน ที่มีมูลค่าสูงกว่า 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งไม่ได้จำกัดเพียงแค่เงินจากแก๊งสแกมเมอร์ แต่ยังรวมถึง ธุรกิจสีเทา และอาชญากรรมประเภทอื่นๆ โดย รังสิมันต์ เน้นย้ำว่าหากสามารถออกหมายจับและประสานขอ หมายแดง (Red Notice) จาก ตำรวจสากล (Interpol) ได้ จะเป็นการจำกัดการเคลื่อนไหวของเครือข่ายนี้ในระดับสากลทันที
ในส่วนของความร่วมมือระหว่างประเทศ รังสิมันต์ มองว่าท่าทีของประเทศกัมพูชาในการปราบปรามสแกมเมอร์เป็นเพียง “การแสดงละคร” เนื่องจากโครงสร้างของ ฮุ่ยวัน มีความเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลในกัมพูชา ทั้ง ฮุน โต และกลุ่มทุน เฉิน จื้อ ขณะที่ภรรยาของ เบน สมิธ เคยสำแดงข้อมูลต่อ กลต. สหรัฐอเมริกาว่ามีความเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกองทุน ฮุ่ยวันเอสเอ ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
“ตนจึงไม่อยากให้ประเทศไทยทำแบบเดียวกัน รอบนี้อาจถูกตัวใหญ่แต่ใช้เวลานานมาก ทำให้เกิดการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินและการจัดการความเสี่ยงของเครือข่ายเหล่านี้ จนทำให้โอกาสที่จะยึดทรัพย์ได้จริงเป็นจำนวนมากไม่เกิดขึ้น จำนวนที่มีการยึดทรัพย์ในรอบนี้ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับเส้นเงิน ซึ่งควรจะเอามาคืนให้กับเหยื่อสแกมเมอร์ได้ดีกว่านี้ ขณะเดียวกันก็จะมีโอกาสในการทำลายโครงสร้างอาชญากรรมอย่างมีประสิทธิภาพด้วย” รังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้าย
