Connect with us

ข่าว

วีซ่า ประกาศแต่งตั้ง แอนโทนี วัตสัน ดำรงตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศไทยคนใหม่

Published

on

วีซ่า (Visa) ประกาศแต่งตั้ง แอนโทนี วัตสัน ดำรงตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศไทยคนใหม่ ชูประสบการณ์บริหารกว่า 15 ปีในเอเชียแปซิฟิก มุ่งขับเคลื่อนระบบชำระเงินดิจิทัลไทย

สำนักข่าวบริคอินโฟ – วีซ่า (Visa) ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก ประกาศแต่งตั้ง นายแอนโทนี วัตสัน (Antony Watsan) เข้าดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย (Country Manager for Visa Thailand) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป เพื่อนำประสบการณ์การบริหารงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมาขับเคลื่อนการเติบโตของระบบการชำระเงินดิจิทัลในประเทศไทย และสนับสนุนเป้าหมายการก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจอัจฉริยะที่ปลอดภัยและไร้รอยต่อ

สำหรับประวัติการทำงานของ แอนโทนี วัตสัน (Antony Watsan) นั้นมีความเชี่ยวชาญและร่วมงานกับ วีซ่า (Visa) มาอย่างยาวนานกว่า 15 ปี โดยเริ่มทำงานครั้งแรกที่เมืองเมลเบิร์นในปี 2552 และได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในหลากหลายสายงาน ทั้งด้านการบริการลูกค้า ผลิตภัณฑ์และโซลูชัน การขาย รวมถึงการวางกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนตลาดต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นอกจากนี้ในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา เขายังเคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศดูแลธุรกิจในศรีลังกาและมัลดีฟส์เป็นเวลา 5 ปี ก่อนจะขยายบทบาทไปดูแลตลาดนิวซีแลนด์และหมู่เกาะแปซิฟิกในลำดับต่อมา

แอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการ วีซ่า ประจำประเทศไทย (Visa Thailand) กล่าวถึงการรับตำแหน่งในครั้งนี้ว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการพัฒนา ระบบชำระเงินดิจิทัล (Digital Payments) ซึ่งส่งผลให้มีนวัตกรรมใหม่เกิดขึ้นในทุกส่วนของระบบนิเวศทางการเงิน ตนมีความยินดีที่จะได้นำทีมวีซ่าทำงานร่วมกับลูกค้า หน่วยงานภาครัฐ และพันธมิตร เพื่อร่วมวางทิศทางอนาคตของการชำระเงิน โดยตั้งใจจะนำประสบการณ์จากหลายประเทศมาสร้างการเติบโตให้ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างเท่าเทียม

ด้าน ซีรีน เกย์ ผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วีซ่า (Visa) และรองประธานอาวุโส ฝ่าย Global Clients & Acquirers วีซ่า เอเชียแปซิฟิก ระบุว่า แอนโทนีเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จในการบริหารทีมในหลายประเทศทั่วภูมิภาค และมีประสบการณ์ตรงในช่วงที่แต่ละตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การชำระเงินดิจิทัล ทำให้มองเห็นทั้งโอกาสและความซับซ้อนของระบบนิเวศการชำระเงินในประเทศไทยได้อย่างครบถ้วน ซึ่งการทำงานที่เน้นความร่วมมือกับทั้งธนาคาร ฟินเทค และหน่วยงานกำกับดูแล จะเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตในระยะต่อไปของประเทศ

Advertisement
Continue Reading
Advertisement