Connect with us

ข่าว

“นักวิจัยสิ่งแวดล้อม” AIT-ม.ราม ลงพื้นที่ เตรียมศึกษาผลกระทบของ “ไมโครพลาสติก” วิจัยส่งผลต่อมนุษย์หรือไม่

Published

on

ทีมงานสาขาวิชา “การจัดการขยะพลาสติกในทะเล” สถาบัน AIT ลง พื้นที่จังหวัดระยอง สํารวจและเตรียมความพร้อม วิชาระบบนิเวศและมลพิษทางทะเล ศึกษาการปนเปื้อนของ “ไมโครพลาสติก” ในผลผลิตประมงพื้นบ้านและอาหารทะเล และกระบวนการฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งทะเลตะวันออก ในโครงการทดลองปลูกหญ้าทะเล

สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology) โดย ศาสตราจารย์ ดร. ธรรมรัตน์ คุตตะเทพ หัวหน้าสาขาวิชาการจัดการขยะ พลาสติกในทะเล (Marine Plastics Abatement หรือ MPA) และ ดร.ธัชชัย ปษยะนาวิน อาจารย์ประจําสาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแหง พร้อมด้วยนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะ วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแหง นําทีมงานลงพื้นที่จังหวัดระยอง สํารวจและ เตรียมความพร้อม ในรายวิชา Marine Ecosystems and Emerging Pollution หรือ ระบบนิเวศและมลพิษทางทะเล โดยรายวิชานี้ สถาบัน AIT ร่วมกับ ม.รามคําแหง, NGO กลุ่ม Mahasamut Patrol ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก และศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงอ่าวไทยฝั่งตะวันออก (ระยอง) รวบรวมองค์ความรู้ โดยมุ่งเน้นศึกษา ผลกระทบของขยะพลาสติกที่เกิดกับระบบนิเวศน์ในทะเล โดยเฉพาะ “ไมโครพลาสติก” ที่ปนเปื้อนอยู่ในทะเลและสัตว์ทะเลที่ไม่เพียงเป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเล ยังอาจส่งผลกระทบกลับมาสู่คน ขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลและงานวิจัยเกี่ยวกับไมโครพลาสติกมากนัก

ดร.ธัชชัย ปษยะนาวิน อาจารย์ประจําสาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแหง กล่าวว่า จังหวัดระยอง หรือ แถบทะเล ตะวันออก เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีปัญหาขยะพลาสติกเยอะ โดยก่อนหน้านี้ กลุ่มวิจัย ความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแหง นําโดย ผศ. ดร. ธรรมศักดิ์ ยมิน เคยลงพื้นที่สํารวจด้านขยะพลาสติกในทะเล และการปนเปื้อนของพลาสติกขนาดเล็กในอาหารทะเลในพื้นที่ต่าง ๆ จึงมีแนวคิดที่จะ

ออกแบบกิจกรรมในรายวิชาฯ ร่วมกับ รศ. ดร.วรรณา มุสิก คณบดีคณะ วิทยาศาสตร์, ผศ. ดร. มาฆมาส สุทธาชีพ, ผศ. ดร.สมพร ธเนศวาณิชย์ และดร. จําเริญ บัวเรื่อง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลจาก ม.รามคําแหง ให้ นักศึกษาได้ลงพื้นที่ศึกษาระบบนิเวศทางทะเลต่าง ๆ ที่ยังเป็นแหล่งทรัพยากรทาง ทะเลที่ค่อนข้างสมบูรณ์ รวมถึงเยี่ยมชมชุมชนชาวประมง (local fishery Community) และตลาดปลาท้องถิ่น (local fishey market) เพื่อให้นักศึกษา ได้เข้าใจระบบนิเวศทางทะเล ควบคู่กับศึกษาผลกระทบของการปนเปื้อนขยะพลาสติกขนาดเล็กที่เกิดขึ้น

โดยจะให้นักศึกษาลงพื้นที่ในระดับชุมชน เช่น ชุมชนที่แปรรูปอาหาร โดยส่วนนี้ จะเป็นส่วนต้น ๆ ที่จะทําให้ ไมโครพลาสติกกลับมาสู่มนุษย์ผ่านการบริโภค โดย มีรายงานวิจัยก่อนหน้านี้ว่า อาหารบางประเภท อย่าง กะปิ หรืออาหารทะเลแปร รูป มีการปนเปื้อนของไมโครพลาสติกอยู่ในระดับหนึ่ง การให้นักศึกษาไปเห็น กระบวนการแปรรูปก่อนมาเป็นอาหารส่งไปขายให้ผู้บริโภคอย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น

Advertisement

ในส่วนของชุมชนประมง นักศึกษาจะได้เห็นการดํารงชีวิต และรูปแบบการทําประมงของคนท้องถิ่น กระบวนการหลังจากจับสัตว์ทะเลทําอย่างไร นอกจากนี้ใน การทําประมงท้องถิ่นยังมีการใช้อวนซึ่งทําจากพลาสติก และนี่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ สร้างปัญหาไมโครพลาสติกปนเปื้อนในทะเล ขณะที่ ตลาดปลา หลักๆ คือให้ นักศึกษาเห็นว่า สัตว์ทะเลที่เก็บมาแล้วก็นํามาขาย ซึ่งไม่ได้ไกลตัวทุก ๆ คนเลย นอกจากนั้นตลาดปลาจะเป็นพื้นที่ หรือ การสุ่มพื้นที่ตัวอย่างของนักศึกษาในการ เก็บตัวอย่างปลาและสัตว์ทะเลบางประเภทไปศึกษาในแล็บ เพื่อตรวจหาการ ปนเปื้อนของไมโครพลาสติก วิเคราะห์ส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ทะเลเหล่านั้น เพื่อหาว่าไมโครพลาสติกไปอยู่ในส่วนไหน เพราะไม่ใช่ว่าทุกส่วนในสัตว์ทะเลจะมีไมโครพลาสติก

ศ.ดร. ธรรมรัตน์ คุตตะเทพ หัวหน้าสาขาวิชาการจัดการขยะพลาสติกในทะเล กล่าวว่า ขยะพลาสติกที่พบในทะเล แยกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ ส่วนแรก คือ ขยะจาก บนบก (Land base) ส่วนที่ 2 คือ ขยะจากทะเล (Sea base) โดย ขยะจากทะเล จะมาจากกิจกรรมการประมงต่าง ๆ รวมถึงการท่องเที่ยว ขณะที่ ขยะจากบนบก มา จากการทิ้งพลาสติกของผู้คนและกิจกรรมอื่น ๆ สามารถมาได้จากทุกทิศทุกทาง ขยะจากภาคเหนือก็สามารถไหลผ่านลําคลองลงมาสู่ทะเล สร้างมลพิษในทะเลได้ ซึ่งกระบวนการแก้ปัญหาและจัดการยากกว่าขยะพลาสติกที่มาจากทะเล

“ต้องจัดการ 2 รูปแบบ ทั้ง Sea base กับ Land base โดยปัญหาขยะพลาสติก (Plastic Waste) จะมีการจัดการยังไงได้บ้าง จริงๆแล้วการจัดการปัญหาขยะของ Sea base จะทําได้ง่าย ๆ หากเราให้ความรู้ความเข้าใจในการจัดการ ผู้ประกอบการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การประมง ทั้ง ประมงชายฝั่ง หรือ ประมงน้ําลึก ควรจะมีการจัดการ ป้องกัน ไม่ให้เกิดขยะในทะเลได้ยังไงบ้าง แต่ที่ ยากก็คือ ขยะจากบนบก ที่ไหลตามแม่น้ําลงมาแล้วจะทํายังไงต่อ ซึ่งจะมี กระบวนการยุ่งยากกว่าเยอะมาก การนํามานํากลับมาใช้ใหม่ หรือ ใช้ซ้ํา จะ สามารถทําได้กี่เปอร์เซ็นต์ แม้แต่บ่อขยะ หากจัดการไม่ดี ก็มีส่วนที่ทําให้ขยะไหล ลงสู่แหล่งน้ําและลงสู่ทะเลต่อไปได้” ศ.ดร. ธรรมรัตน์ คุตตะเทพ หัวหน้าสาขาวิชาการจัดการขยะพลาสติกในทะเล กล่าว

นอกจากศึกษากระบวนการสร้างขยะพลาสติกตั้งแต่จุดเริ่มต้น ปัจจัยที่ส่งผลต่อ การปนเปื้อนในระบบนิเวศทางทะเล และศึกษาไมโครพลาสติกที่อยู่ในอาหารทะเล ในรายวิชานี้ยังให้นักศึกษาได้เรียนรู้ “การฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล” โดยร่วมกับ กลุ่ม Mahasamut Patrol นําทีมโดย “หมึก-ศักดาเดช สุดแสวง” และศูนย์วิจัย และพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ร่วมกิจกรรมใน โครงการทดลองปลูกหญ้าทะเล โดยมีจุดศึกษา คือ แปลงหญ้าทะเล ที่ในอดีตเคย เป็นนากุ้ง เมื่อเลิกกิจการทิ้งร้าง จึงเกิดการแพร่ขยายของหญ้าทะเลเป็นจํานวน มาก โดยพบว่าพื้นที่หญ้าทะเลดังกล่าวยังเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ทะเล เนื่องจากพบรอยฟันของพยูนบนหญ้าทะเล ทําให้เชื่อว่าบริเวณนี้เป็นแหล่งอาศัยของพยน ฝั่งตะวันออก จึงเกิดเป็นโครงการทดลองปลูกหญ้าทะเล เพื่อนําไปขยายพันธ์ใน ทะเล ฟื้นฟูระบบนิเวศ และสร้างแหล่งอาหารธรรมชาติให้สัตว์ทะเล

นอกจากอาจารย์และนักวิจัยจาก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแหง ที่มาร่วมออกแบบและจัดรูปแบบการเรียนการสอนในรายวิชา Marine Ecosystems and Emerging Pollution ยังจะมีผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นที่ทํางาน วิจัยร่วมกันมาช่วยภาคบรรยาย นําตัวอย่างเรื่องระบบนิเวศจากญี่ปุ่นมาเป็น ตัวอย่าง ซึ่งจะช่วยให้นักศึกษาเห็นภาพกว้างมากขึ้น ซึ่งอาจารย์จากญี่ปุ่นจะเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศทางทะเล ความหลากหลายทางชีวภาพ ปัจจัย สิ่งแวดล้อม กระบวนการทางนิเวศ ห่วงโซ่อาหาร และความเชื่อมโยงของระบบ นิเวศ รวมทั้งการจัดการ ติดตามตรวจสอบขยะพลาสติกในแหล่งน้ําและทะเล

Continue Reading
Advertisement