การเมือง
ครม. เห็นชอบร่างกฎหมายเพิ่มอำนาจศาลแรงงานพิจารณาคดีอาญา รวบคดีเบ็ดเสร็จลดแยกฟ้อง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติจำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน และ ร่าง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ เพื่อปรับปรุงและเพิ่มอำนาจให้ ศาลแรงงาน สามารถพิจารณาพิพากษา คดีอาญาตามกฎหมายแรงงาน ได้โดยตรง มุ่งรวมศูนย์การพิจารณาคดีไว้ในศาลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ช่วยลดภาระคู่ความจากการแยกฟ้องหลายศาล พร้อมกำหนดให้ คดีค้ามนุษย์ ยังคงอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลคดีอาญาทั่วไป
ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ปัจจุบันศาลแรงงานมีอำนาจพิจารณาเฉพาะคดีแรงงานที่ไม่รวมคดีอาญา ส่งผลให้กรณีที่มีข้อพิพาทซึ่งเกี่ยวพันทั้งคดีแรงงานและความผิดทางอาญาตามกฎหมายแรงงาน คู่ความจำเป็นต้องดำเนินกระบวนพิจารณาแยกต่างศาลกัน การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้จึงเปิดทางให้ศาลแรงงานพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามกฎหมายแรงงานได้ทันที เพื่อให้ผู้พิพากษาที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านแรงงานโดยตรงทำหน้าที่วินิจฉัย และลดความซ้ำซ้อนในกระบวนการยุติธรรม
สำหรับขอบเขตความผิดทางอาญาที่จะเข้าสู่อำนาจของศาลแรงงาน ครอบคลุมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานรวม 11 ฉบับ เช่น การคุ้มครองแรงงาน การจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว การประกันสังคม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน กองทุนเงินทดแทน แรงงานสัมพันธ์ ตลอดจนกฎหมายอื่นที่อาจกำหนดเพิ่มเติมในอนาคต โดยไม่รวมถึงคดีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัว
ทั้งนี้ หากคดีใดมีการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท และมีข้อหาอย่างน้อยหนึ่งบทอยู่ในอำนาจศาลแรงงาน ศาลแรงงานจะมีอำนาจพิจารณาความผิดบทอื่นที่เกี่ยวข้องไปด้วย ส่วนกรณีมีความผิดหลายกรรมที่เกี่ยวเนื่องกัน ศาลแรงงานสามารถพิจารณารวมหรือสั่งแยกคดีตามความสะดวกและประโยชน์แห่งความยุติธรรม สำหรับกระบวนพิจารณาจะยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายจัดตั้งศาลแขวง และให้อุทธรณ์คำพิพากษาไปยังศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ โดยคงสิทธิการต่อสู้คดีของจำเลยอย่างครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม กฎหมายได้กำหนดแยกคดีความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ออกจากอำนาจศาลแรงงานอย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงและมีความร้ายแรง จึงยังคงให้อยู่ในอำนาจของศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีอาญาทั่วไป ทั้งนี้ คดีอาญาที่อยู่ระหว่างการพิจารณาก่อนกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ ให้ศาลเดิมดำเนินการพิจารณาต่อไปจนกว่าจะถึงที่สุด ซึ่งหลังจากนี้ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับจะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาต่อไป
