การเมือง
ดีอี ยืนยันให้ความร่วมมือ กมธ.ติดตามงบฯ ปมโครงการ TH-AI Passport ส่งตัวแทนแจง 4 ครั้ง พร้อมส่งมอบเอกสาร 9 รายการ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงกรณีการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ยืนยันให้ความร่วมมือกับ คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร อย่างต่อเนื่อง โดยส่งตัวแทนร่วมประชุมชี้แจงครบทั้ง 4 ครั้ง และส่งมอบเอกสารหลักฐานสำคัญแล้ว 9 รายการ เผยข้อจำกัดบางส่วนอาจกระทบการปฏิบัติงานหรือบุคคลภายนอก แต่พร้อมชี้แจงเพิ่มเติมตามกรอบกฎหมาย
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ติดตามงบฯ) ทำหนังสือขอให้กระทรวงนำเสนอความคืบหน้าการแก้ไขสัญญาโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย หรือ TH-AI Passport พร้อมเชิญชี้แจงและขอเอกสารประกอบ โดยระบุว่า นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการเข้าประชุมพิจารณาทุกครั้ง
ที่ผ่านมากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ส่งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเข้าร่วมประชุมกับ กมธ.ติดตามงบฯ ทั้งหมด 4 ครั้ง ประกอบด้วย ครั้งที่ 1 นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ขณะดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช.) ครั้งที่ 2 ปลัดกระทรวง พร้อมด้วย นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการ สดช. และนายธีรวุฒิ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 มีเลขาธิการ สดช. และผู้ตรวจราชการกระทรวงเข้าร่วม และครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ได้มอบหมายให้ นางสาวพลอยรวี เกริกพันธ์กุล ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อสังคม สดช. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการจัดทำ TOR และคณะกรรมการพิจารณาผลการจ้าง เข้าร่วมชี้แจง
นอกจากนี้ กระทรวงได้ส่งมอบเอกสารให้ กมธ.ติดตามงบฯ รวม 9 รายการ ได้แก่ ประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้างโครงการ TH-AI Passport, ขอบเขตของงานและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (TOR), ราคากลาง, ประกาศเชิญชวน, ประกาศผู้ชนะ, สัญญาจ้างดำเนินโครงการรวมเอกสารแนบท้าย, รายละเอียดโครงการที่ได้รับอนุมัติตามมาตรา 26 (1) (2) ประจำปี 2563-2568, รายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหนังสือแจ้งผลการคัดเลือกโครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรมจากกรมบัญชีกลาง
นายพชร ระบุเพิ่มเติมว่า การชี้แจงที่ผ่านมาครอบคลุมทุกประเด็นทั้งด้านกฎหมาย ระเบียบ และแนวทางปฏิบัติราชการ แต่เนื่องจากเอกสารที่ขอมีปริมาณมากและบางส่วนอาจกระทบต่อการปฏิบัติงานตามปกติ มีความเสี่ยงกระทบต่อบุคคลภายนอก หรือไม่เกี่ยวข้องกับการติดตามงบประมาณ จึงอาจเป็นข้อจำกัดในการจัดส่ง ส่วนกรณีที่มีการอ้างถึงคำพิพากษาศาลฎีกาในการประชุมครั้งที่ 4 นั้น ยืนยันว่าไม่สามารถนำมาเทียบเคียงกับการดำเนินโครงการนี้ได้ ทั้งนี้ หาก กมธ. มีประเด็นหรือต้องการเอกสารเพิ่มเติม กระทรวงพร้อมให้ความร่วมมือต่อไป
