การเมือง
รัฐบาลชี้แจงเหตุ Cell Broadcast กรณี โรงเรียนที่นนทบุรี ส่งแบบไม่มีเสียงเพื่อลดความเสี่ยง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลชี้แจงการใช้ระบบ Cell Broadcast ในเหตุใช้อาวุธปืนภายในโรงเรียนที่นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่าการแจ้งเตือนแบบไม่มีเสียงเป็นการออกแบบตามลักษณะสถานการณ์ เพื่อไม่ให้ผู้ที่หลบซ่อนอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุถูกเปิดเผยตำแหน่งหรือเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
วันนี้ (8 สิงหาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ได้ใช้ระบบ Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่โรงเรียนและบริเวณโดยรอบรัศมีประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการสัญจรหรือเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ ลดความเสี่ยงต่อประชาชน และเอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
การแจ้งเตือนดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง ปภ. และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยระบบ Cell Broadcast สามารถส่งข้อความตรงไปยังโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมายได้พร้อมกันจำนวนมาก โดยไม่ต้องทราบหมายเลขโทรศัพท์ของผู้รับล่วงหน้า และสามารถกำหนดพื้นที่ รูปแบบ รวมถึงระดับการแจ้งเตือนได้ตามสถานการณ์
นางสาวลลิดาระบุว่า ประเด็นที่ประชาชนสอบถามมากคือเหตุใดข้อความแจ้งเตือนครั้งนี้จึงไม่มีเสียงเตือนเหมือนการทดสอบระบบที่ผ่านมา โดย ปภ. ชี้แจงว่าเป็นการตั้งใจส่งข้อความแบบไม่มีเสียง เนื่องจากหากโทรศัพท์ของผู้ที่กำลังหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุมีเสียงแจ้งเตือน อาจเปิดเผยตำแหน่งและเพิ่มความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของบุคคลเหล่านั้น ต่างจากกรณีภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ หรือน้ำท่วมฉับพลัน ที่จำเป็นต้องใช้เสียงแจ้งเตือนเพื่อเร่งให้ประชาชนอพยพ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ระบบ Cell Broadcast ไม่ได้มีรูปแบบเดียวสำหรับทุกสถานการณ์ การเลือกระดับการแจ้งเตือน ขอบเขตพื้นที่ และการใช้หรือไม่ใช้เสียง จะพิจารณาให้เหมาะกับลักษณะของภัย หากเป็นเหตุผู้ใช้อาวุธ เป้าหมายสำคัญคือการแจ้งเตือนประชาชนภายนอกไม่ให้เข้าใกล้พื้นที่ โดยไม่สร้างความเสี่ยงเพิ่มเติมแก่ผู้ที่กำลังหลบซ่อนอยู่ภายใน
รัฐบาลขอให้ประชาชนอ่านรายละเอียดในข้อความแจ้งเตือน ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง และไม่เผยแพร่ภาพหรือถ่ายทอดสดการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่ พร้อมระบุว่าจะนำประสบการณ์จากการใช้งานจริงไปปรับปรุงระบบต่อเนื่อง
