Connect with us

การเมือง

‘ศุภมาส’ สั่งกองทุนสื่อฯ ศึกษากฎหมาย DSA คุมแพลตฟอร์มต่างชาติ จัดการปมไลฟ์สดอนาจาร

Published

on

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ถกกระทรวงดีอี ศึกษากฎหมาย DSA ของยุโรป เพื่อคุมแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติอย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) หลังพบปัญหาไลฟ์สดอนาจาร มุ่งสร้างระบบนิเวศสื่อที่ปลอดภัยสำหรับเยาวชน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งการด่วนให้กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศึกษากฎหมาย Digital Services Act (DSA) ของสหภาพยุโรป เพื่อนำมาใช้กำกับดูแลและเรียกร้องความรับผิดชอบจากแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติอย่าง เฟซบุ๊ก (Facebook) หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีการไลฟ์สดแสดงพฤติกรรมอนาจาร

ก่อนการประชุมคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (กองทุนสื่อฯ) นางสาวศุภมาส ได้เปิดเผยถึงความกังวลต่อการเผยแพร่สื่อไม่เหมาะสมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยระบุว่าในฐานะประธานกองทุนฯ และในบทบาทของแม่ รู้สึกรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่เป็นสื่อไม่ปลอดภัยอย่างรุนแรง และขัดต่อวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ พร้อมระบุว่าถึงเวลาที่แพลตฟอร์มต่างชาติจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและคนไทย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนในการดำเนินการเรื่องนี้

จากปัญหาดังกล่าว จึงได้สั่งการให้นายธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนฯ เร่งหาแนวทางบริหารจัดการแพลตฟอร์มและศึกษาข้อกฎหมายสากลอย่าง Digital Services Act หรือ DSA ของสหภาพยุโรป ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งการดำเนินการพื้นที่สื่อออนไลน์ให้ปลอดภัยนี้ เป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องเยาวชนจากสื่อที่ไม่เหมาะสม

นางสาวศุภมาส ย้ำว่า หน้าที่สำคัญของกองทุนฯ คือการทำให้สังคมมีระบบนิเวศสื่อที่ดี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงพื้นที่ออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย กองทุนฯ จึงต้องยกระดับบทบาทเชิงรุก ไม่เพียงแค่สนับสนุนการผลิตเนื้อหา แต่ต้องมีส่วนร่วมในการวางกรอบกติกาเพื่อเฝ้าระวังภัยจากออนไลน์ โดยคาดหวังว่าการศึกษากฎหมาย DSA จะเป็นก้าวสำคัญในการดึงแพลตฟอร์มต่างชาติให้มาร่วมรับผิดชอบสังคมไทย และจะมีการนำเสนอความคืบหน้าในที่ประชุมครั้งต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้ขอความร่วมมือจากประชาชนให้ใช้สื่อออนไลน์อย่างมีสติ เนื่องจากการเผยแพร่หรือแชร์สื่อที่ไม่เหมาะสมอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย และอาจนำไปสู่ปัญหาความรุนแรงในสังคมได้ การจะเปลี่ยนพื้นที่ออนไลน์ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์อย่างแท้จริงจึงต้องอาศัยพลังจากประชาชนทุกคน และไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงอย่างเดียว

Advertisement
Continue Reading
Advertisement