Connect with us

ข่าว

ฮุน เซน โต้ไทยยกเลิก MOU44 ทำลายกรอบเจรจาทวิภาคี ให้รัฐบาลกัมพูชาใช้กระบวนการ UNCLOS สากลแทน

Published

on

ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา แถลงตอบโต้กรณีไทยยกเลิก MOU44 ชี้เป็นการทำลายกรอบทวิภาคี พร้อมจี้รัฐบาลกัมพูชาเข้าสู่กระบวนการ UNCLOS สากลโดยตรงไม่จำต้องรอไทย

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สมเด็จฯ ฮุน เซน (Hun Sen) ประธานวุฒิสภาและรักษาการประมุขแห่งรัฐกัมพูชา ออกแถลงการณ์ตอบโต้กรณีรัฐบาลไทยยกเลิกบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล หรือ MOU 2544 (MOU 2001) โดยระบุว่าการกระทำของไทยถือเป็นการทำลายกรอบการเจรจาแบบทวิภาคีที่เคยมีมาร่วมกัน พร้อมประกาศจุดยืนเตือนรัฐบาลกัมพูชาให้ยุติการรอคอยความเห็นชอบจากฝ่ายไทย และให้มุ่งหน้าเข้าสู่กระบวนการของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลแทน

แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 หลังจากมีกระแสข่าวจากสื่อไทยระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้กล่าวถึงการแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนภายใต้ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) โดยเน้นย้ำว่าควรเริ่มต้นจากการเจรจาระหว่างสองฝ่ายก่อน ซึ่งทาง ฮุน เซน (Hun Sen) มองว่าหากข้อความดังกล่าวเป็นความจริง จะถือเป็นเรื่องที่ย้อนแย้งกับการกระทำของรัฐบาลไทยอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากฝ่ายไทยเป็นผู้ตัดสินใจยกเลิก MOU44 เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งส่งผลให้กลไกการเจรจาระดับทวิภาคีที่มีอยู่เดิมนั้นสิ้นสุดลงไปแล้ว

ประธานวุฒิสภากัมพูชา ยังได้ย้ำเตือนไปยัง รัฐบาลกัมพูชา (Royal Government of Cambodia) ว่าไม่ควรเปิดการเจรจาทวิภาคีกับไทยในประเด็นทางทะเลขึ้นใหม่ และให้ดำเนินการตามกระบวนการของ UNCLOS 1982 โดยตรงโดยไม่ต้องรอความเห็นชอบจากประเทศไทย นอกจากนี้ยังอ้างถึงคำเตือนเดิมเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่เคยกำชับไม่ให้มีการสร้างกลไกทวิภาคีใหม่ขึ้นมาทดแทนสิ่งที่ไทยได้ยกเลิกไป เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์และจุดยืนของกัมพูชาในระดับสากล

ในช่วงท้ายของแถลงการณ์ ฮุน เซน ได้กล่าวสรุปถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า แม้กัมพูชาจะรู้สึกเสียใจต่อการตัดสินใจของไทยในการยกเลิก บันทึกความเข้าใจ (MOU) ดังกล่าว แต่ในอีกมุมหนึ่งก็นับเป็นโอกาสสำคัญ โดยระบุว่า “ต้องขอบคุณไทย” ที่เป็นตัวเร่งให้กัมพูชาเปลี่ยนทิศทางจากการเจรจาสองฝ่าย มาเป็นการใช้กลไกระหว่างประเทศอย่างเต็มตัวในการหาข้อสรุปเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในอนาคต


Advertisement
Continue Reading
Advertisement