การเมือง
ครม. มีมติยกเลิก MOU 44 ปรับใช้กรอบกฎหมายสากล UNCLOS เจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน หรือ MOU 44 โดยเปลี่ยนมาใช้กลไกกฎหมายระหว่างประเทศภายใต้กรอบ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล หรือ UNCLOS (United Nations Convention on the Law of the Sea) เป็นเครื่องมือหลักในการเจรจาแทน รัฐบาลระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้เพื่อยกระดับการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติและเพื่อให้การแก้ปัญหาพื้นที่ทางทะเลมีประสิทธิภาพและเป็นระบบสากลมากยิ่งขึ้น หลังจากกลไกเดิมไม่มีความคืบหน้ามานานกว่า 20 ปี
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเสนอของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (Ministry of Foreign Affairs) ที่เห็นควรให้ปรับกรอบการดำเนินงานให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน โดยยึดโยงกับกฎหมายสากลที่นานาชาติให้การยอมรับ การยกเลิก MOU 44 ในครั้งนี้เป็นเพียงการ “ปรับกรอบ” ความร่วมมือเท่านั้น ไม่ใช่การปิดประตูเจรจาหรือยุติความสัมพันธ์กับประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด
สำหรับเหตุผลสำคัญในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เนื่องจาก MOU 44 ที่ใช้มาอย่างยาวนานยังไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนในเชิงรูปธรรมได้ รัฐบาลไทยจึงเลือกใช้กรอบ UNCLOS ซึ่งมีความชัดเจนและครอบคลุมทั้งข้อกฎหมายและแนวปฏิบัติในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างรัฐภาคี โดยกำหนดให้กรณีการอ้างสิทธิทับซ้อนต้องใช้การเจรจาหารือเป็นหลัก ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการ ทรัพยากรทางทะเล ในพื้นที่ทับซ้อนระหว่าง ไทยและกัมพูชา (Thailand and Cambodia) มีความชัดเจนทางกฎหมายในระดับสากล
ในส่วนของกระบวนการถัดไป รัฐบาลไทยได้แจ้งไปยังประเทศกัมพูชาในระดับไม่เป็นทางการแล้ว และเตรียมดำเนินการแจ้งอย่างเป็นทางการพร้อมทาบทามให้ใช้กรอบ UNCLOS ร่วมกันในการเจรจา นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการจัดตั้งคณะกรรมการด้านเทคนิคและกฎหมาย เพื่อรองรับการดำเนินงานภายใต้กรอบใหม่นี้อย่างเป็นระบบและรอบด้าน เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย
“การเปลี่ยนผ่านจาก MOU 44 ไปสู่กรอบ UNCLOS เป็นการยกระดับเครื่องมือในการเจรจา บนพื้นฐานของกฎหมายสากลที่ไทยยึดถือมาโดยตลอด ไม่ใช่การยุติความร่วมมือ ไทยยังคงเดินหน้าการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ และมุ่งให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” นางสาวรัชดากล่าวย้ำ
