ข่าว
ยศชนัน มอบนโยบายบอร์ด กวทช. นัดแรก ดัน สวทช. สู่เครื่องยนต์วิจัยชาติ ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 1.7 หมื่นล้าน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดการประชุมคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ กวทช. นัดแรกของปี 2569 ณ โรงงานผลิตพืช (Plant Factory) จังหวัดปทุมธานี โดยวางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. (NSTDA) ให้เป็นเครื่องยนต์หลักด้านการวิจัยของประเทศ มุ่งเน้นการเปลี่ยนงานวิจัยให้กลายเป็นผลสัมฤทธิ์ทางเศรษฐกิจจริง พร้อมตั้งเป้าสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมกว่า 17,000 ล้านบาท ภายในปี 2570
ในการประชุมครั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้มอบ 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูง ประกอบด้วย การมุ่งเน้นงานวิจัยปลายน้ำเพื่อสนับสนุนกลุ่มเกษตรกร SMEs และ Startup รวมถึงความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นเพื่อปกป้องนวัตกรรมไทยจากการแข่งขันด้านราคากับสินค้าต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเน้นการทำงานแบบบูรณาการเพื่อทลายกำแพงระหว่างหน่วยงาน โดยให้ สวทช. ทำหน้าที่เติมเต็มศักยภาพของมหาวิทยาลัยผ่านการแลกเปลี่ยนบุคลากรและทุนวิจัย มากกว่าการแข่งขันกันเอง
ยุทธศาสตร์ที่เหลือยังครอบคลุมถึงการเตรียมความพร้อมใน เทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Research) เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) และ ควอนตัม (Quantum) เพื่อสร้างจุดยืนให้ไทยในห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก รวมถึงการเร่งสร้างนวัตกรรมเพื่อจัดการวิกฤต ทั้งด้านภัยพิบัติ พลังงาน และความมั่นคงทางอาหาร ผ่านการสร้างพันธุ์พืชคุณภาพสูง ซึ่งถือเป็นภารกิจเร่งด่วนในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวถึงทิศทางใหม่ว่า “เรากำลังเปลี่ยนผ่าน สวทช. ให้เป็นเครื่องยนต์ที่ส่งผลกระทบสูง โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2570 นวัตกรรมของเราจะสร้างประโยชน์แก่ประชาชนถึง 10 ล้านคน และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมกว่า 17,000 ล้านบาท” ซึ่งถือเป็นการย้ำจุดยืนที่ต้องการให้งานวิจัยสามารถเข้าถึงภาคส่วนต่างๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA) ระบุว่าหน่วยงานพร้อมรับนโยบายดังกล่าวด้วยกำลังบุคลากรวิจัยกว่า 3,000 คน โดยจะใช้กลไกที่เปลี่ยนความเชี่ยวชาญจากห้องปฏิบัติการให้เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยยึดความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและประชาชนเป็นตัวตั้ง เพื่อให้งานวิจัยตอบโจทย์การใช้งานจริงได้มากที่สุด
นอกจากนี้ คณะผู้บริหารยังได้เยี่ยมชม โรงงานผลิตพืช (Plant Factory) ซึ่งเป็นต้นแบบของเกษตรแม่นยำที่เปลี่ยนจากการผลิตพืชผลเชิงปริมาณ มาเป็นการผลิตสารสกัดมูลค่าสูงเพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอางระดับโลก ซึ่งนวัตกรรมนี้จะช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมในระดับหลักหมื่นบาทต่อไร่ สู่ระดับหลักแสนบาทต่อไร่ได้อย่างยั่งยืน
