Connect with us

การเมือง

อนุทิน ลงพื้นที่ยะลา ย้ำนโยบายแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ ชูหลักเข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา เพื่อความสงบอย่างยั่งยืน

Published

on

นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ยะลามอบนโยบายแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ย้ำหลักเข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา กำชับ ศอ.บต. ทำงานทันสมัยเพื่อคุณภาพชีวิตประชาชน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเยือน ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จังหวัดยะลา เพื่อมอบนโยบายการทำงานและติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยย้ำชัดว่ารัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง พร้อมชูหลักการทำงาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ระบุต่อที่ประชุมข้าราชการว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีความตั้งใจที่จะยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและ การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นอย่างมาก โดยได้กำหนดให้เรื่องนี้เป็นนโยบายสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ซึ่งการบริหารจัดการพื้นที่ต้องน้อมนำแนวทางการทรงงาน “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” มาใช้เพื่อนำไปสู่เป้าหมายสันติสุขที่ยั่งยืน โดยมองว่าเป็นคำที่เข้าใจง่ายแต่มีความหมายลึกซึ้งต่อการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อน

นายกรัฐมนตรีได้อธิบายรายละเอียดของแนวทางดังกล่าวว่า คำว่า “เข้าใจ” คือการศึกษาข้อมูลอย่างลึกซึ้งในมิติต่างๆ ทั้งตัวปัญหา พื้นที่ และวิถีชีวิตประชาชน ส่วน “เข้าถึง” คือการลงพื้นที่จริงเพื่อรับทราบความต้องการและสร้างความไว้วางใจ และ “พัฒนา” คือการเข้าไปแก้ไขปัญหาและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนสอดคล้องกับบริบทชุมชน พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าขั้นตอนเหล่านี้ต้องทำอย่างเป็นลำดับ หากข้ามขั้นตอนหรือสลับกันอาจส่งผลให้การดำเนินงานมีอุปสรรคหรือไม่สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมาย

นอกจากนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ต้องปรับตัวให้ทำงานได้ ทันโลก ทันสมัย ทันเหตุการณ์ โดยต้องมีการปรับปรุงข้อมูลและความเข้าใจให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ การทำงานจึงต้องเชื่อมโยงสถานการณ์โลกเข้ากับบริบทของทั้ง 5 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล เพื่อให้เกิดความเจริญทางเศรษฐกิจและประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ

Advertisement

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้กำชับแนวทางการแก้ไขและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ต้องเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อดูแลเรื่อง “ปากท้อง” ของประชาชน สร้างอาชีพ รายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น สำหรับโครงการสำคัญที่ต้องผ่านการตัดสินใจระดับนโยบาย ขอให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) เร่งจัดประชุมโดยเร็วที่สุด เพื่อให้มติของ กพต. นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีและเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ขอให้ ศอ.บต. รวบรวมข้อมูลมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทำได้จริง และหากพื้นที่ใดจำเป็นต้องแก้ไขผังเมืองเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาและการจ้างงาน ก็ขอให้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทันที

ด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ขอให้มีการบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง ศอ.บต. ฝ่ายปกครอง ความมั่นคง ชุมชน และผู้นำศาสนา เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเน้นลดการแพร่ระบาดในหมู่เยาวชนเพื่อทำลายวงจรยาเสพติดให้หมดไป ที่สำคัญคือ ข้าราชการทุกระดับต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หากฝ่าฝืนจะถือเป็นความผิดวินัยและประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง รวมทั้งผู้บังคับบัญชาที่เพิกเฉยไม่ดำเนินการก็จะถูกลงโทษด้วยเช่นกัน

ด้านพลังงาน ขอให้ ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดทำแผนด้าน “พลังงานทดแทน” และ “การประหยัดพลังงาน” ให้เป็นแผนใหญ่ฉบับเดียวครอบคลุมทั้งภูมิภาค เพื่อผลักดันพลังงานสะอาดที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตให้เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะพลังงานทางเลือกที่เหมาะสมกับท้องถิ่น เช่น โซลาร์เซลล์ชุมชน หรือพลังงานชีวมวล ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าครองชีพและสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับพี่น้องประชาชน

ด้านการศึกษาและเป้าหมายร่วมกัน ขอให้ ศอ.บต. ประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ วางระบบการศึกษาให้ครอบคลุมทั้งในและนอกระบบให้มีมาตรฐานครบวงจร สอดคล้องกับอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการฝึกฝนทักษะที่จำเป็นสำหรับการแข่งขันในโลกยุคปัจจุบันผ่านกลไกของ กพต. ทั้งนี้ เราทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน คือการนำพาสันติสุขที่ยั่งยืนกลับคืนสู่พื้นที่ชายแดนใต้ พร้อมกับยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนทุกคน

Advertisement

ทางด้านนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรียังให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อนำมายกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนทรัพยากรและงบประมาณอย่างเต็มที่เพื่อให้การดำเนินงานในพื้นที่เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้และสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้อย่างยั่งยืน

Continue Reading
Advertisement