ข่าว
ญี่ปุ่นบังคับใช้ระบบใบสั่งสีฟ้า กวดขันวินัยจราจรผู้ขับขี่จักรยาน ฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 12,000 เยน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ประเทศญี่ปุ่นยกระดับความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายจราจรสำหรับผู้ขับขี่จักรยาน โดยเริ่มใช้ระบบ ใบสั่งสีฟ้า (Blue Ticket) หรือ Aoi Kippu ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา เพื่อให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจในการออกใบสั่งและเปรียบเทียบปรับแก่ผู้กระทำผิดกฎความปลอดภัย เช่นเดียวกับการควบคุมผู้ขับขี่รถยนต์ โดยมาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่การลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งครอบคลุมพฤติกรรมการขับขี่หลายรูปแบบที่เคยได้รับเพียงคำเตือนในอดีต แต่ปัจจุบันอาจต้องเผชิญกับโทษปรับตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นเยน
สำหรับรายละเอียดข้อหาและอัตราค่าปรับภายใต้ระบบใหม่นี้ ได้มีการกำหนดตามระดับความรุนแรงของพฤติกรรม ดังนี้:
- โทษปรับ 3,000 เยน (ประมาณ 660 บาท): การซ้อนท้ายจักรยาน และการขับขี่จักรยานขนานกันสองคัน
- โทษปรับ 5,000 เยน (ประมาณ 1,100 บาท): การกางร่มขณะขับขี่, การสวมหูฟัง, การไม่เปิดไฟหน้ารถในเวลากลางคืน, การไม่หยุดรถ ณ ป้ายหยุด, การฝ่าสัญญาณไฟจราจรสีแดงแบบกระพริบ และการใช้จักรยานที่มีระบบเบรกชำรุด
- โทษปรับ 6,000 เยน (ประมาณ 1,320 บาท): การฝ่าสัญญาณไฟแดง, การขับขี่จักรยานย้อนศร (ในญี่ปุ่นต้องชิดซ้าย) และการกีดขวางทางข้ามคนเดินเท้า
- โทษปรับ 7,000 เยน (ประมาณ 1,540 บาท): การขับขี่ผ่านเครื่องกั้นทางรถไฟที่ปิดอยู่
- โทษปรับ 12,000 เยน (ประมาณ 2,640 บาท): การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือถือโทรศัพท์ขณะขับขี่จักรยาน
นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการขับขี่จักรยานบนทางเท้า ซึ่งถือเป็นพื้นที่สีเทาในกฎหมายใหม่ โดยปกติแล้วการปั่นจักรยานบนทางเท้าจะถือเป็นความผิดและมีโทษปรับ 6,000 เยน (ประมาณ 1,320 บาท) อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นในพื้นที่ที่มีป้ายอนุญาตให้จักรยานใช้ทางเท้าได้ รวมถึงผู้ขับขี่ที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี หรือมากกว่า 70 ปีขึ้นไป ตลอดจนกรณีที่ถนนมีความคับแคบหรือมีการจราจรหนาแน่นมากจนอาจเกิดอันตราย ทั้งนี้แม้จะได้รับอนุญาตให้ปั่นบนทางเท้าได้ แต่ผู้ขับขี่ต้องชิดขอบทางด้านที่ติดกับถนนและใช้ความเร็วต่ำ หากไม่หลีกทางให้คนเดินเท้าอาจถูกปรับ 3,000 เยน (ประมาณ 660 บาท)
ระบบ ใบสั่งสีฟ้า (Blue Ticket) นี้จะมีผลบังคับใช้กับผู้ขับขี่ที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป โดยผู้ที่ได้รับใบสั่งสามารถชำระค่าปรับได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์หรือธนาคาร หากชำระตามกำหนดเวลาจะไม่มีการบันทึกประวัติอาชญากรรม แต่หากเพิกเฉยไม่ชำระค่าปรับตามที่ระบุ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจในการดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายและส่งเรื่องเข้าสู่ชั้นศาลเพื่อพิจารณาคดีต่อไป
