Connect with us

ข่าว

กสทช. ทำลายเครื่องวิทยุคมนาคมเถื่อน 750 รายการ หลังพบไม่ได้มาตรฐานและเสี่ยงกวนคลื่นความถี่

Published

on

สำนักงาน กสทช. ทำลายเครื่องวิทยุคมนาคมและ Wi-Fi Router ผิดกฎหมาย 750 รายการ หลังพบไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน SDoC และเสี่ยงรบกวนคลื่นความถี่ พร้อมแนะวิธีเลือกซื้ออุปกรณ์ที่ถูกต้อง

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. (NBTC) ดำเนินการทำลายของกลางเครื่องวิทยุคมนาคมผิดกฎหมายที่คดีถึงที่สุดแล้วจำนวน 750 รายการ ณ กองพันทหารช่างที่ 1 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 โดยอุปกรณ์ทั้งหมดเป็น เครื่องไวไฟเราเตอร์ (Wi-Fi Router) ที่ตรวจยึดได้จากการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรและพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม เนื่องจากไม่ผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานและรบกวนการจัดสรรคลื่นความถี่ในภาพรวม

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ของกลางที่นำมาทำลายในครั้งนี้เป็นอุปกรณ์ที่ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดเข้ามายื่นแบบรับรองตนเองหรือ Supplier’s Declaration of Conformity (SDoC) เพื่อขออนุญาตจำหน่ายภายในประเทศอย่างถูกต้อง อีกทั้งยังไม่พบข้อมูลผลการตรวจสอบสำคัญ ทั้งในด้าน คลื่นความถี่ (Radio Frequency Requirements) ด้านความปลอดภัยทางไฟฟ้า และด้านความปลอดภัยต่อสุขภาพมนุษย์จากการใช้เครื่องวิทยุคมนาคม หากปล่อยให้นำไปใช้งานอาจก่อให้เกิดการรบกวนคลื่นความถี่ย่านอื่นและมีความเสี่ยงต่อผู้บริโภค

กระบวนการกำจัดของกลางในครั้งนี้ใช้วิธีการบดทำลายอย่างถูกวิธี โดยได้รับความร่วมมือจากกองพันทหารช่างที่ 1 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เหล่านี้ถูกนำกลับมาหมุนเวียนใช้หรือจำหน่ายซ้ำในตลาดอีกครั้ง ซึ่งเป็นการควบคุมให้การใช้งานคลื่นความถี่เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เลือกใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมภายในที่พักอาศัยหรือสถานประกอบการ

นอกจากนี้ กสทช. (NBTC) ยังได้ให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการเลือกซื้ออุปกรณ์อย่าง กล้องวงจรปิด (CCTV) โทรศัพท์มือถือ หรือ Wi-Fi Router ว่าควรเลือกซื้อจากร้านค้าที่มีใบอนุญาตค้าเครื่องวิทยุคมนาคมอย่างถูกต้อง โดยสามารถตรวจสอบการรับรองมาตรฐานได้ผ่านทางเว็บไซต์ของ กสทช. พร้อมเตือนให้ระมัดระวังการซื้อสินค้าออนไลน์ที่ราคาถูกผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสินค้าที่ไม่ผ่านการรับรองและผิดกฎหมาย โดยขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการทุกรายที่จะนำเข้าหรือจำหน่ายต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด

Advertisement
Continue Reading
Advertisement