Connect with us

การเมือง

พรรคประชาชน ชี้จำกัดชั่วโมงทำงานพยาบาล 12 ชั่วโมงแก้ปัญหาปลายเหตุ จี้รัฐสังคายนาโครงสร้างลดวงจรอุบาทว์

Published

on

พรรคประชาชน - People's Party

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นาย สหัสวัต คุ้มคง สส. ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน (People’s Party) แสดงทัศนะต่อนโยบาย จำกัดชั่วโมงการทำงานพยาบาล ไม่เกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน ว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดและเป็นเพียงการแก้ที่ปลายเหตุ โดยระบุว่าระบบ สาธารณสุขไทย ในปัจจุบันดำรงอยู่ได้ด้วยการขูดรีดแรงงานบุคลากรมาอย่างยาวนาน ซึ่งการประกาศบังคับใช้เกณฑ์เวลาใหม่โดยไม่ปรับปรุงโครงสร้างกำลังคนและค่าตอบแทน อาจส่งผลกระทบต่อทั้งตัวผู้ปฏิบัติงานและความปลอดภัยของผู้ป่วยในระยะยาว พร้อมเสนอแนวทางแก้ไข 4 ด้านเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย

นาย สหัสวัต คุ้มคง ระบุว่า แม้หลักการลดชั่วโมงทำงานเพื่อลดความเหนื่อยล้าและความผิดพลาดจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ในความเป็นจริง พยาบาลวิชาชีพ ในระบบรัฐทำงานเฉลี่ยสูงถึง 72 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 36 เวรต่อเดือน เพื่อประคองให้ระบบเดินหน้าต่อไปได้ การกำหนดเพดานเวลาทำงานเหลือ 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ภายใต้เงื่อนไขที่จำนวนบุคลากรและภาระงานยังเท่าเดิม จึงเป็นเรื่องที่ย้อนแย้งกับสภาพการณ์จริง ปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วนประชากรต่อพยาบาลอยู่ที่ 334 ต่อ 1 ซึ่งถือว่าขาดแคลนอย่างหนักจนเกิดเป็น “วงจรอุบาทว์” คือคนไม่พอทำให้งานล้น เมื่อต้องทำงานเกินขีดจำกัดจนเหนื่อยล้าก็นำไปสู่การลาออก และทำให้ปัญหากำลังคนรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

“ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาเรื่องชั่วโมงการทำงาน แต่เป็นปัญหาที่โครงสร้างของระบบสาธารณสุขอยู่ได้ด้วยการให้บุคลากรทำงานหนัก และค่าตอบแทนต่ำ ตราบใดที่อัตรากำลังยังไม่เพียงพอ ภาระงานยังไม่มีเพดานกำกับ และค่าตอบแทนยังบีบให้คนต้องพึ่งพาการทำงานล่วงเวลา ระบบก็จะปรับตัวเพื่อให้เดินต่อไปได้ ไม่ว่าจะผ่านการบีบตารางเวร การซ่อนชั่วโมงทำงาน หรือการผลักภาระกลับไปที่คนทำงาน” นายสหัสวัต กล่าว

นอกจากนี้ สส. พรรคประชาชน ยังให้ข้อมูลอ้างอิงจากงานวิจัยระดับสากลว่า ภาระงานของพยาบาล สัมพันธ์โดยตรงกับอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วย โดยในต่างประเทศที่มีการกำหนด อัตราส่วนพยาบาลต่อผู้ป่วย (Nurse-to-patient ratio) เป็นกฎหมาย เช่นในรัฐแคลิฟอร์เนีย สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยได้ถึง 10–13% ในขณะที่ระบบของไทยยังไม่มีเพดานภาระงานที่ชัดเจน ทำให้มาตรฐานความปลอดภัยขึ้นอยู่กับงบประมาณของแต่ละโรงพยาบาล แทนที่จะเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่รัฐต้องรับรองให้แก่ประชาชนทุกคน

นาย สหัสวัต คุ้มคง ได้เสนอทางออก 4 ด้านที่รัฐต้องดำเนินการควบคู่กัน คือ 1. การเพิ่มอัตรากำลังพยาบาลตามเป้าหมาย 2. กำหนดอัตราส่วนพยาบาลต่อผู้ป่วยเป็นมาตรฐานกฎหมาย 3. ปรับค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับภาระงานเพื่อรักษาคนให้อยู่ในระบบ และ 4. สร้างกลไกคุ้มครองสิทธิในการปฏิเสธงานที่ไม่ปลอดภัย พร้อมตั้งคำถามทิ้งท้ายถึงความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงพยาบาลเอกชนและรัฐบาล ว่าทำไมพยาบาลในระบบรัฐจึงไม่ได้รับสิทธิและการคุ้มครองแรงงานที่มีมาตรฐานชัดเจนเหมือนภาคเอกชน เพื่อให้การปฏิรูปครั้งนี้ไม่ใช่เพียงภาพลวงตาแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง

Advertisement
Continue Reading
Advertisement