ข่าว
แคนนอน รุกตลาดเลเซอร์พรินเตอร์ปี 69 เปิดตัวซีรีส์ imageCLASS 7 รุ่นใหม่ เจาะกลุ่มเอสเอ็มอีและองค์กร
สำนักข่าวบริคอินโฟ – แคนนอน (CANON) ผู้นำด้านโซลูชันการพิมพ์ระดับโลก ประกาศบุกตลาดเครื่องพิมพ์เลเซอร์สีในปี 2569 ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในตระกูล imageCLASS พร้อมกันถึง 7 รุ่น ชูจุดเด่นด้านความเร็วในการพิมพ์สูงสุด 33 แผ่นต่อนาที และระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลขั้นสูง เพื่อรองรับการทำงานของกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และองค์กรธุรกิจที่ต้องการความคล่องตัวและคุณภาพงานพิมพ์ระดับมืออาชีพ โดยเน้นการใช้งานที่ง่ายผ่านหน้าจอสัมผัสและการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การทำงานยุคใหม่
นางสาวเนตรนรินทร์ จันทร์จรัสสุข ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์อิมเมจจิ้งอินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Canon Marketing (Thailand) เปิดเผยว่า จากการศึกษาเวิร์กโฟลว์ของผู้ประกอบการยุคใหม่ พบว่านอกเหนือจากคุณภาพงานพิมพ์แล้ว ผู้ใช้งานยังให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว ฟีเจอร์ที่ครบถ้วน และความคุ้มค่าต่อการลงทุน แคนนอนจึงเลือกนำเสนอเลเซอร์พรินเตอร์รุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์เหล่านี้ โดยมีรุ่นเรือธง 3 รุ่น ได้แก่ LBP646Cdw, MF662Cdw และ MF667Cx ซึ่งมาพร้อมดีไซน์ใหม่และอินเตอร์เฟซหน้าจอที่ทันสมัย
ในด้านประสิทธิภาพ ผลิตภัณฑ์ซีรีส์ใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มผลิตภาพในงานเอกสาร โดยรุ่นในซีรีส์ MF750 II สามารถสแกนเอกสารสองหน้าแบบ Single-Pass ได้เร็วสูงสุดถึง 100 ภาพต่อนาทีสำหรับขาวดำ และ 80 ภาพต่อนาทีสำหรับสี ขณะที่การใช้งานทั่วไปผ่านซีรีส์ imageCLASS MF660 จะควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัสสี LCD ขนาด 5 นิ้ว พร้อมฟังก์ชัน Application Library ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างปุ่มลัดสำหรับคำสั่งที่ใช้งานบ่อย เพื่อลดขั้นตอนการทำงานและสามารถสแกนเอกสารส่งไปยังระบบคลาวด์ได้โดยตรง
สำหรับการเชื่อมต่อและความปลอดภัย แคนนอน (CANON) ได้ติดตั้งระบบรองรับเครือข่ายไร้สาย Wi-Fi ที่เชื่อมต่อได้พร้อมกันสูงสุด 5 อุปกรณ์ และรองรับการสั่งพิมพ์ผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Canon PRINT App, AirPrint และ Mopria Print Service ด้านการรักษาความปลอดภัยมีการใช้มาตรฐาน TLS 1.3 และ WPA3 รวมถึงระบบ Firmware Integrity Check ที่จะตรวจสอบความถูกต้องของซอฟต์แวร์ทุกครั้งที่เปิดเครื่อง เพื่อป้องกันการโจรกรรมข้อมูลทางธุรกิจ
นอกจากนี้ แคนนอนยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม โดยตัวเครื่องรุ่นใหม่มีการใช้พลาสติกรีไซเคิลเป็นส่วนประกอบประมาณ 5% และใช้เทคโนโลยีผงหมึกจุดหลอมเหลวต่ำ (Low-Melting-Point Toner) ร่วมกับระบบ On-Demand Fusing เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งในขณะทำงานและโหมดสแตนด์บาย ทั้งนี้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ 7 รุ่นใหม่ ยังครอบคลุมไปถึงรุ่น MF664Cdw, MF756Cx II, LBP647Cdw และ LBP674Cx II เพื่อให้เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับขนาดธุรกิจและงบประมาณที่แตกต่างกัน
