ข่าว
Canon เปิดตัว EOS R6 Mark III และ Cinema EOS C50 ชูกล้องไฮบริดและซีเนม่าใหม่ พร้อมเลนส์อีก 2 รุ่น
สำนักข่าวบริคอินโฟ – แคนนอน (Canon) ประกาศรุกตลาดกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมและกลุ่มกล้องซีนีม่าอย่างเต็มที่ ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่รวม 4 รายการ ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 โดยมีสินค้าเรือธงคือ Canon EOS R6 Mark III กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมเจนเนอเรชันที่ 3 สำหรับผู้ที่ต้องการภาพนิ่งและวิดีโอคุณภาพสูง และ Canon Cinema EOS C50 กล้องซีนีม่าไฮบริดฟูลเฟรมที่มีขนาดเล็กที่สุดในซีรีส์ Cinema EOS ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ช่างภาพและครีเอเตอร์ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการสร้างสรรค์คอนเทนต์วิดีโอในหลากหลายแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวเลนส์ใหม่ 2 รุ่น คือ RF45mm f/1.2 STM เลนส์ไพร์มรูรับแสงกว้าง และ Cinema Lens CN5 x 11 IAS T สำหรับงานวิดีโอโปรดักชันระดับมืออาชีพ
นายฮิโรชิ โยโกตะ ประธานบริษัทและประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด (Canon Marketing (Thailand) Co., Ltd.) กล่าวว่า “แคนนอนมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัว EOS R6 Mark III และ Cinema EOS C50 กล้องไฮบริดรุ่นใหม่ที่ยกระดับสมรรถนะทั้งด้านภาพนิ่งและวิดีโออย่างไร้ขีดจำกัด ตอบโจทย์ทั้งมืออาชีพและครีเอเตอร์รุ่นใหม่ที่ต้องการอิสระในการสร้างสรรค์อย่างแท้จริง” โดย EOS R6 Mark III เป็นกล้องเจนเนอเรชันที่ 3 ที่สานต่อจากรุ่น EOS R6 Mark II ซึ่งได้รับการอัปเกรดประสิทธิภาพการถ่ายภาพนิ่งให้มีความละเอียดสูงถึง 32.5 ล้านพิกเซล พร้อมการทำงานที่รวดเร็วและคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในการถ่ายภาพในที่แสงน้อย ขณะที่ EOS C50 เป็นกล้องซีนีม่าที่มีขนาดเล็กที่สุดในซีรีส์ ออกแบบมาสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานที่หลากหลาย เช่น ครีเอเตอร์ หรือ Production house ขนาดเล็ก ที่ต้องการกล้องและไฟล์วิดีโอที่มีความยืดหยุ่นสูงระดับมืออาชีพ เพื่อรองรับความต้องการผลิตวิดีโอคอนเทนต์สำหรับแพลตฟอร์มที่หลากหลาย

ในส่วนของกล้อง Cinema EOS C50 เป็นกล้องไฮบริดฟูลเฟรมที่มีฟังก์ชันการทำงานแบบ Cinema EOS ผสานความคล่องตัว มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ ฟูลเฟรม ที่รองรับการถ่ายภาพนิ่งความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล และใช้หน่วยประมวลผล DIGIC DV 7 Processor ที่สามารถบันทึกวิดีโอไฟล์ RAW ได้สูงสุดที่ระดับ 7K 60P รวมถึงการถ่ายสโลว์โมชันที่ 4K 120P หรือ 2K 180P โดยมีฟีเจอร์เด่นคือ Open Gate Recording ครั้งแรกในซีรีส์ Cinema EOS ที่ใช้พื้นที่เต็มเซ็นเซอร์อัตราส่วน 3:2 เพื่อให้ได้ไฟล์ขนาดใหญ่ที่ยืดหยุ่น สามารถนำไปผลิตคอนเทนต์ได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนจากการถ่ายครั้งเดียว นอกจากนี้ด้วยดีไซน์แบบ โมดูลาร์ และน้ำหนักเบา ทำให้เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการความคล่องตัวสูง หรือใช้เป็นกล้อง insert ในพื้นที่จำกัด
สำหรับ Canon EOS R6 Mark III กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมเจนเนอเรชันที่ 3 นี้ เน้นที่ฟังก์ชันการถ่ายภาพนิ่งเป็นหลัก แต่ก็อัดแน่นด้วยความสามารถด้านวิดีโอขั้นสูงที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Cinema EOS C50 โดยมาพร้อมเซ็นเซอร์ฟูลเฟรมความละเอียด 32.5 ล้านพิกเซล ระบบออโต้โฟกัส Dual Pixel CMOS AF II รุ่นล่าสุด และรองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงแบบ 7K 60p RAW และ 7K/ 30p แบบ Open Gate ในอัตราส่วน 3:2 ซึ่งเป็นกล้องตระกูล EOS R รุ่นแรกที่รองรับฟังก์ชันนี้ นอกจากนี้ยังมาพร้อม Canon Log 2 และ Log 3 สำหรับการเกรดสี และมีสมรรถนะการถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงด้วยโหมด Pre-continuous shooting ที่ความเร็วสูงสุด 40 FPS

นอกจากกล้องทั้งสองรุ่น แคนนอนยังได้เปิดตัวเลนส์ใหม่ 2 รุ่น คือ RF45mm f/1.2 STM เลนส์ไพร์มที่มีรูรับแสงกว้างที่สุดในซีรีส์ RF ซึ่งมีราคาเข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับการถ่ายภาพบุคคลที่ต้องการโบเก้ละลายฉากหลังสวยงาม โดยให้ทางยาวโฟกัสที่ 45 มม. เมื่อใช้กับกล้องฟูลเฟรม และให้มุมมองเทียบเท่าระยะ 72 มม. เมื่อใช้กับกล้องเซนเซอร์ APS-C อีกรุ่นคือ Cinema Lens CN5 x 11 IAS T ออกแบบมาเพื่อเสริมทัพเลนส์ซีรีส์ Cine-Servo ด้วยมุมกว้างระยะ 11-55 มม. รองรับการบันทึกระดับ 8K HDR สำหรับงานถ่ายทอดสดและการผลิตภาพยนตร์คุณภาพสูงโดยเฉพาะ นายทาคาชิ อิชิโนมิยะ รองประธานอาวุโส บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ระบุว่าการเปิดตัวเลนส์สองรุ่นนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแคนนอนในการขยาย Cinema Line อย่างเต็มรูปแบบ
ผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมดพร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป โดย Cinema EOS C50 ตัวเครื่องพร้อม Handle ราคา 121,390 บาท และ EOS R6 Mark III เฉพาะตัวเครื่อง (Body) ราคา 87,990 บาท รวมถึงชุดคิทอื่น ๆ นอกจากนี้ เลนส์ RF45mm f/1.2 STM มีราคา 15,390 บาท และ Cinema Lens CN5 x 11 AS T (เมาท์ RF และ PL) ราคา 1,163,900 บาท พร้อมกันนี้ยังมีโปรโมชันช่วงเปิดตัวสำหรับกล้องทั้งสองรุ่น ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ถึง 15 มกราคม 2569
