Connect with us

การเมือง

“อภิสิทธิ์” ยอมรับพ่ายระบบเขต คาดประชาธิปัตย์ได้ สส. รวม 20 ที่นั่ง พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

Published

on

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงหลังนับคะแนนเลือกตั้ง 69 ยอมรับพ่ายระบบเขตแต่บัญชีรายชื่อโต คาดได้ สส. 20 ที่นั่ง ยันไม่ร่วมงานทุนเทา

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (Democrat Party) แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ในระบบแบ่งเขตหลังการนับคะแนนผ่านไปแล้วร้อยละ 25 แต่ชี้ให้เห็นถึงสัญญาณบวกจากคะแนนบัญชีรายชื่อที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้และบางจังหวัด พร้อมประกาศจุดยืนชัดเจนในการทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร โดยคาดการณ์ว่าพรรคจะได้จำนวน สส. รวมประมาณ 20 ที่นั่ง

บรรยากาศที่พรรคประชาธิปัตย์เมื่อเวลา 20.55 น. นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่มอบคะแนนเสียงให้ จนทำให้พรรคมีสัดส่วน สส. แบบบัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้นจากปี 2566 หลายเท่าตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ และจังหวัดสุโขทัยที่ประชาชนให้การตอบรับอย่างท่วมท้น แม้ภาพรวมของที่นั่ง สส. เขตจะยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายในบางพื้นที่ แต่เชื่อว่าแนวทางการเมืองของพรรคในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มเป็นที่เข้าใจของประชาชนมากขึ้น

“สิ่งที่เหลือแม้ยังไม่ชัดเจน แต่ก็คาดว่าเราจะได้ที่นั่งเพิ่มจากอดีต สส. หลายพื้นที่ โดยคาดว่าเราจะได้ 20 ที่นั่ง บวกลบเท่านี้ และก็พร้อมทำหน้าที่ในสภา ขอบคุณทุกกำลังใจ การทำงานใน 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจแนวทางการเมืองของประชาธิปัตย์” นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงความคาดหวังต่อจำนวนที่นั่งในสภาฯ

เมื่อถูกถามถึงเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาล หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันจุดยืนเดิมว่าพรรคจะไม่ร่วมงานกับกลุ่มทุนสีเทาหรือผู้ที่มีพฤติกรรมคอร์รัปชัน โดยระบุว่า “เราพร้อมเป็นฝ่ายค้าน ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ประชาชน ผมคิดว่าถ้าเราจะเป็นรัฐบาล ก็ต้องเชื่อมั่นว่า มีสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ แต่ด้วยเสียงเท่านี้ก็ยาก แต่ถ้าสามารถสร้างเงื่อนไขตามที่เรารับปากประชาชนได้ ก็ไม่มีปัญหา” พร้อมย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อมาจากพรรคการเมืองใด

Advertisement

สำหรับการพ่ายแพ้ในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ไม่สามารถทวงคืนพื้นที่ได้นั้น นายอภิสิทธิ์ยอมรับว่าสนามเลือกตั้ง กทม. มีความยากลำบาก และต้องยอมรับความแข็งแกร่งของ พรรคประชาชน (People’s Party) ที่ยังมีฐานคะแนนเสียงในสัดส่วนที่สูงมากไม่ต่างจากในอดีต หรืออาจจะมีสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่พรรคต้องนำไปพิจารณาต่อไป

Continue Reading
Advertisement