ข่าว
Cloudflare เผยรายงานเทรนด์อินเทอร์เน็ตปี 2025 ชี้สงครามบอทระอุและภาคประชาสังคมตกเป็นเป้าโจมตีใหม่
สำนักข่าวบริคอินโฟ – คลาวด์แฟลร์ (Cloudflare) ผู้ให้บริการระบบคลาวด์เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพการทำงาน เผยแพร่รายงานสรุปประจำปีฉบับที่หก ซึ่งวิเคราะห์พฤติกรรมและแนวโน้มของอินเทอร์เน็ตในปี 2025 โดยชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโลกออนไลน์ ทั้งปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 19% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รวมถึงความก้าวหน้าของ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีความปลอดภัยอย่าง การเข้ารหัสหลังควอนตัม (Post-Quantum Cryptography) ที่ปัจจุบันช่วยปกป้องข้อมูลการสื่อสารได้ถึง 52% อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้มาพร้อมกับภัยคุกคามที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะ สงครามบอท (Bot War) และการโจมตีทางไซเบอร์รูปแบบใหม่
รายงานระบุว่าปี 2025 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานของอินเทอร์เน็ต โดยภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความซับซ้อนและรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีการตรวจพบการโจมตีแบบ DDoS ครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์มากกว่า 25 ครั้ง แมทธิว พรินซ์ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง คลาวด์แฟลร์ (Cloudflare) กล่าวถึงสถานการณ์นี้ว่า อินเทอร์เน็ตไม่ได้แค่กำลังเปลี่ยนแปลง แต่กำลังถูกปรับโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ AI ไปจนถึงผู้ก่อภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้แต่ละวันมีความแตกต่างกันไป แม้จะมีความสำเร็จในการป้องกันการโจมตีขนาดใหญ่ แต่โมเดลธุรกิจดั้งเดิมของการสร้างเนื้อหาออนไลน์กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก
ในด้านผู้ให้บริการและแพลตฟอร์มยอดนิยม กูเกิล (Google) และ เมตา (Meta) หรือ Facebook เดิม ยังคงครองตำแหน่งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยอดนิยมสูงสุดสองอันดับแรกของโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในขณะที่ ChatGPT ยังคงรักษาอันดับหนึ่งในหมวดหมู่ ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าจับตามองคือ สงครามบอท AI ที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยพบว่าบอทของ กูเกิล (Google) มีกิจกรรมมากกว่าบอท AI ชั้นนำอื่นๆ ทั้งหมดรวมกัน ทำให้กูเกิลกลายเป็นแหล่งที่มาของการรับส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตแบบอัตโนมัติที่ใหญ่ที่สุดเพียงรายเดียว
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงของเป้าหมายการโจมตีทางไซเบอร์ โดยเป็นครั้งแรกที่ ภาคประชาสังคม และ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร กลายเป็นภาคส่วนที่ถูกโจมตีมากที่สุด ซึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากลักษณะข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน นอกจากนี้ สาเหตุของการหยุดชะงักของอินเทอร์เน็ตครั้งใหญ่ทั่วโลกเกือบครึ่งหนึ่งเกิดจากการกระทำของรัฐบาล ในขณะที่การหยุดชะงักจากการตัดสายเคเบิลลดลงเกือบ 50% แต่ปัญหาที่เกิดจากไฟฟ้าดับกลับเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
สำหรับคุณภาพอินเทอร์เน็ตในระดับภูมิภาค ยุโรปยังคงเป็นผู้นำด้านการเชื่อมต่อของโลก โดยมีค่าเฉลี่ย ความเร็วอินเทอร์เน็ต ในการดาวน์โหลดสูงกว่า 200 Mbps ในหลายประเทศ และประเทศสเปนครองอันดับหนึ่งของโลกในด้านคุณภาพอินเทอร์เน็ตโดยรวม ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดในรายงานมาจากการวิเคราะห์ผ่าน Cloudflare Radar ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากเครือข่ายทั่วโลกครอบคลุมกว่า 330 เมืองใน 120 ประเทศ
