Connect with us

ข่าว

ชากู่ปา (Gupa Tea): จากใบชาโบราณสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ยกระดับผลิตภัณฑ์และวัฒนธรรม “ชา” ใน กว่างซี

Published

on

คณะสื่อต่างชาติเข้าร่วมกิจกรรม Foreign Media Tour to Laibin 2025 เยี่ยมชมการพลิกโฉม ชากู่ปา (Gupa Tea) นับพันปีในตำบลเหมียวหวง กว่างซี (Guangxi) จากมรดกทางวัฒนธรรมสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงกว่า 6 ล้านหยวนต่อปี พร้อมชื่นชมการพัฒนา ชาสกัดเย็น และ ชาลาเต้ ที่เป็นที่นิยมในหมู่เยาวชน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะสื่อมวลชนต่างประเทศที่ร่วมกิจกรรม “ตามรอยการเสริมพลังอัจฉริยะสำหรับอุตสาหกรรม, ร่วมถกการพัฒนาคุณภาพสูง — คณะสื่อต่างชาติเยือน ไหลปิน ปี 2025” ได้เดินทางไปยังเขต เซียงโจว (Xiangzhou County) เมือง ไหลปิน (Laibin) เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง (Guangxi) ประเทศจีน เพื่อสำรวจการพลิกโฉม ชากู่ปา (Gupa Tea) ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปีในเขตตำบล เหมียวหวง (Miaohuang Township) จากภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่การเป็นผลิตภัณฑ์ทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงและได้รับความสนใจจากต่างชาติ

ปัจจุบัน พื้นที่เพาะปลูก ชากู่ปา (Gupa Tea) ในตำบลเหมียวหวงมีมากกว่า 1,200 หมู่ (Mu) และสร้างมูลค่าผลผลิตต่อปีเกิน 6 ล้านหยวน (RMB) โดยครอบครัวชาวบ้าน เช่น นาง หลัวซิ่วหัว (Luo Xiuhua) สามารถสร้างรายได้จากชาชนิดนี้ได้ถึงปีละประมาณ 25,000 หยวน (RMB) จากไร่ชาเพียง 3 หมู่ (Mu)

ย้อนกลับไปในอดีต เขตเซียงโจวได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งผลิตชาที่สำคัญในภูมิภาค หลิงหนาน (Lingnan) มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ตามบันทึกในตำรา “คัมภีร์ชา (The Classic of Tea)” ของ ลู่อวี่ (Lu Yu) โดย ชากู่ปา (Gupa Tea) มีชื่อมาจากหมู่บ้านกู่ปาซึ่งอยู่ในพื้นที่ของคณะกรรมการหมู่บ้านซื่อเกาในตำบลเหมียวหวง

สำหรับขั้นตอนการผลิต ชากู่ปา (Gupa Tea) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของเขตปกครองตนเอง กว่างซีจ้วง (Guangxi Zhuang Autonomous Region) ในปี 2020

นาง เฝิงคังหลิง (Feng Kangling) ทายาทผู้สืบทอดการผลิต ชากู่ปา (Gupa Tea) ระดับเทศบาล และเป็นผู้ก่อตั้งฐานการเรียนรู้หัตถกรรมการผลิต ชากู่ปา (Gupa Tea) (Gupa Tea Production Craft Study Base) ในตำบลเหมียวหวง ได้อธิบายถึงความพิถีพิถันว่า “ใบชาแต่ละชุดมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน การปรับอุณหภูมิและเทคนิคตามประสบการณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็น”

Advertisement

เธอยังเป็นผู้ที่ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในปี 2006 หลังเรียนจบจากโรงเรียนอาชีวะ เพื่อสืบทอดภูมิปัญญาดังกล่าว พร้อมทั้งพัฒนาวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม และแบ่งปันความรู้ให้กับชาวบ้านในท้องถิ่น

โดยเธอมีมุมมองว่า “ความมั่งคั่งของคนเพียงคนเดียวไม่ใช่ความมั่งคั่งที่แท้จริง มันจะมีความหมายเมื่อทุกคนสามารถ ‘อยู่ได้ด้วยชา’ ต่างหาก”

ปัจจุบัน ฐานการเรียนรู้ฯ ที่เธอก่อตั้งมีเยาวชนเข้าเยี่ยมชมและเรียนรู้ศิลปะการผลิต ชากู่ปา (Gupa Tea) มากกว่าหนึ่งพันคนต่อปี นอกจากนี้ นางเฝิงคังหลิงยังได้ริเริ่มการสร้างผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจาก ชากู่ปา (Gupa Tea) เช่น ชาสกัดเย็น และ ชาลาเต้ ซึ่งได้รับความนิยมในกลุ่มเยาวชน โดยเน้นย้ำถึงกลยุทธ์ในการเข้าสู่ตลาดเครื่องดื่มสมัยใหม่ว่า

“ด้วยการบูรณาการ ชากู่ปา (Gupa Tea) แบบดั้งเดิมเข้ากับเครื่องดื่มยุคใหม่ และการสร้างสรรค์เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่สะท้อนถึงลักษณะเฉพาะของ เซียงโจว (Xiangzhou) เราสามารถขยายการเข้าถึงของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวจากประเทศไทย, นาย นพฤทธิ์ กมลสุวรรณ บรรณาธิการและผู้ก่อตั้งสำนักข่าวบริคอินโฟ ได้กล่าวภายหลังการเข้าร่วมประสบการณ์การชง ชาจีน ว่า “อาจารย์บอกผมว่าการชง ชากู่ปา (Gupa Tea) นั้นมีมากกว่าแค่การเทน้ำลงบนใบชา ปัจจัยต่างๆ เช่น อุณหภูมิของน้ำ, เวลาในการแช่, และเทคนิคการริน ล้วนส่งผลต่อรสชาติของชา” โดยเขายังตั้งข้อสังเกตว่าทุกขั้นตอนที่ดูเรียบง่ายในการชงชานั้นมีความสำคัญในตัวเอง ซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญาที่สะสมมาตลอดหลายพันปีของ วัฒนธรรมชาจีน

ด้านนาง วาสนา สีสมวัง (Vassana Sisomvang) ผู้สื่อข่าวจากประเทศลาว ก็แสดงความประทับใจหลังได้รับประสบการณ์การทำ ชากู่ปา (Gupa Tea) โดยกล่าวว่า “ภูมิอากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศจีน, ประกอบกับฝีมือการผลิตที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน, ได้สร้างสรรค์ ชากู่ปา (Gupa Tea) ที่ยอดเยี่ยมนี้ขึ้นมา” และวางแผนที่จะนำ ชากู่ปา (Gupa Tea) กลับไปยังประเทศลาวเพื่อให้ผู้คนได้ลิ้มลอง ชา ที่ยอดเยี่ยมนี้

นาย หวงยวี่จุน (Huang Yujun) เลขาธิการพรรคประจำตำบลเหมียวหวง, ได้เปิดเผยว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้มีการลงทุนเกือบ 20 ล้านหยวน (RMB) เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิง ชา, อัปเกรดสถาบันวิจัย ชา, และปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับบ้านพักและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ รัฐบาลท้องถิ่นยังส่งเสริมการบูรณาการ ชา และ การท่องเที่ยว ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น “เทศกาลวัฒนธรรมชาและการท่องเที่ยว 3 มีนา (March 3 Tea and Tourism Cultural Festival)” เพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่

Continue Reading
Advertisement