ข่าว
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส แถลงความคืบหน้า Beyond100+ เผยแผนผลิต “Luxury Urban SUV” พลังงานไฟฟ้า พร้อมขยายเวลาทำตลาดรถยนต์ไฮบริดถึงปี 2578
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส (Bentley Motors) ผู้ผลิตรถยนต์หรูสัญชาติอังกฤษ เปิดเผยความคืบหน้าของกลยุทธ์ Beyond100+ โดยมีการปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งรวมถึงการ ขยายระยะเวลาการผลิตรถยนต์แบบไฮบริด (Hybrid) และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine – ICE) ออกไปจนถึงอย่างน้อยปี 2578 นอกจากนี้ บริษัทยังยืนยันความพร้อมในการเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ ซึ่งเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็กแบบหรูสำหรับใช้งานในเมือง หรือ “Luxury Urban SUV” ที่คาดว่าจะเข้าสู่สายการผลิตได้ในปี 2569
ดร. แฟรงค์-สเตฟเฟน วอลลิเซอร์ (Dr. Frank-Steffen Walliser) ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ด (Bentley Motors Limited) ได้สรุปแผนการพัฒนารถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นใหม่ โดยเน้นย้ำถึงการปรับกลยุทธ์ที่ตอบสนองต่อความเป็นจริงของตลาดโลก โดยรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกนี้ Bentley Motors ชูว่าเป็น “World’s First True Luxury Urban SUV” ที่จะสร้างเซกเมนต์ใหม่ในตลาด รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการออกแบบ พัฒนา และประกอบที่โรงงานในเมืองครูว์ (Crewe) ประเทศอังกฤษ มีความยาวตัวถังน้อยกว่า 5 เมตร ซึ่งเป็นการต่อยอดจากรถยนต์อเนกประสงค์รุ่น Bentayga ในปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นใหม่นี้มีความสามารถในการชาร์จไฟที่รวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 7 นาที สามารถเดินทางได้ไกลกว่า 160 กิโลเมตร และคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2569 และเริ่มส่งมอบภายในปี 2570
การปรับแผนครั้งสำคัญคือการขยายระยะเวลาการผลิตรถยนต์แบบเครื่องยนต์ไฮบริดทั้งในกลุ่ม Ultra Performance และ High Performance สำหรับรุ่น Continental GT, Continental GT Convertible, และ Flying Spur ที่จะยังคงเดินหน้าสายการผลิตต่อจนถึงอย่างน้อยปี 2578 ซึ่งส่งผลให้เป้าหมายเดิมของการเป็นผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบภายในปี 2578 นั้นต้องเลื่อนออกไปก่อน นอกจากนี้ Bentley Motors ยังได้เปิดตัวรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในรุ่น Bentayga Speed ไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา และมีแผนเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นลิมิตเต็ด (Limited Edition) แบบเครื่องยนต์สันดาปภายในสมรรถนะสูงรุ่นใหม่อีกหนึ่งรุ่นกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยบริษัทยังเปิดทางเลือกในการผลิตรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในในอนาคตเพื่อรักษาความยืดหยุ่นให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าทั่วโลก
ดร. แฟรงค์-สเตฟเฟน วอลลิเซอร์ กล่าวว่า “การปรับกลยุทธ์ Beyond100+ ของเราในวันนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเบนท์ลีย์ในการพัฒนาอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน เรากำลังพัฒนารถยนต์ของเราให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของโลกและตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยการขยายแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน และยังคงผลิตรถยนต์แบบเครื่องยนต์ไฮบริดไปจนถึงอย่างน้อยปี 2578 เราจึงมั่นใจว่าลูกค้าของเบนท์ลีย์ทุกคนจะได้สัมผัสสมรรถนะและงานฝีมือของเราได้อย่างเต็มที่”
เขายังกล่าวเสริมเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าว่า “รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเรา ซึ่งเป็นรถยนต์แบบ SUV หรูสำหรับการใช้งานในเมืองรุ่นแรกแรกของโลก ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของเบนท์ลีย์สู่ความหรูหราอย่างยั่งยืนและความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีด้วยความสามารถในการชาร์จพลังงานที่รวดเร็ว พร้อมด้วยเอกลักษณ์และดีไซน์อันโดดเด่นของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ นับเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับแบรนด์ของเราที่อนาคตถูกกำหนดด้วยนวัตกรรม งานฝีมือ และความยั่งยืน”
กลยุทธ์ Beyond100+ ยังคงให้การสนับสนุนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตของโรงงาน Bentley Motors อย่างต่อเนื่อง โดยความสำเร็จในการพัฒนาสถานที่ประวัติศาสตร์ ณ โรงงานเมืองครูว์ ให้เป็นโรงงานที่ได้รับการรับรองด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) เป็นแห่งแรกในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในชื่อ A1 กำลังเตรียมการประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรก ณ “Dream Factory” ที่กำลังจะเสร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีการลงทุนด้วยเม็ดเงินทุนที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์เพื่อสร้างศูนย์ทำสีแห่งใหม่ที่ทันสมัย มีกำหนดเปิดในปี 2569 หลังจากเปิดศูนย์ออกแบบและศูนย์โลจิสติกส์แบบบูรณาการแห่งใหม่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อเปลี่ยนโฉมอาคารเก่าอายุ 87 ปีให้กลายเป็นสถานที่ประกอบยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าด้วยมาตรฐานใหม่ในด้านการผลิตแบบดิจิทัลที่ยืดหยุ่นและมีมูลค่าสูงที่สุดของ Bentley Motors
