Connect with us

ข่าว

พฤกษา โฮลดิ้ง ส่งบริษัทลูก IHC รับสร้างบ้าน-ธุรกิจก่อสร้าง พร้อมรุก ธุรกิจให้เช่า iPlearn

Published

on

พฤกษา โฮลดิ้ง (Pruksa Holding) ขยายพอร์ตธุรกิจ ส่ง อินโน โฮม คอนสตรัคชั่น (IHC) บุกตลาด รับสร้างบ้าน Plantnery by PRUKSA และ ธุรกิจก่อสร้าง B2B ครบวงจร พร้อมเปิดตัว iPlearn ที่อยู่อาศัยให้เช่า นำร่อง 3 ทำเล มุ่งสร้างการเติบโตระยะยาว

สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ Pruksa Holding เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจตามกลยุทธ์ เปิดตัวบริษัท อินโน โฮม คอนสตรัคชั่น จำกัด (Inno Home Construction Co., Ltd.) หรือ IHC อย่างเป็นทางการ เพื่อรุกตลาดธุรกิจก่อสร้างและธุรกิจรับสร้างบ้านอย่างครบวงจร โดยมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างด้วยนวัตกรรมและประสบการณ์กว่า 30 ปีของเครือพฤกษา นอกจากนี้ IHC ยังเตรียมขยายสู่ธุรกิจให้เช่าเพื่อสร้างรายได้ประจำในระยะยาว โดยจะเปิดตัวโครงการนำร่องภายใต้แบรนด์ iPlearn ในไตรมาส 4 ปีนี้ ใน 3 ทำเลสำคัญ ได้แก่ ลำลูกกา, รังสิต-คลอง 2, และบ่อวิน จังหวัดระยอง

IHC เป็นบริษัทก่อสร้างที่แยกออกมาจาก บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตส เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในกลุ่ม B2B ธุรกิจรับสร้างบ้านและธุรกิจให้เช่าซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโน โฮม คอนสตรัคชั่น จำกัด (IHC) บริษัทในเครือพฤกษา โฮลดิ้ง เปิดเผยว่า การจัดตั้ง IHC เป็นก้าวสำคัญในการเสริมกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืนของ พฤกษา โฮลดิ้ง เพื่อต่อยอดและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเติมเต็ม Ecosystem ด้านการอยู่อาศัยตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ซึ่งรวมถึงวัสดุ การก่อสร้าง ที่อยู่อาศัย และการลงทุนในอนาคต โดยมีเป้าหมายในการต่อยอดธุรกิจจากผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่การเป็นผู้นำที่ให้บริการด้านการก่อสร้างและที่อยู่อาศัยครบวงจร เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว

“แม้ว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีที่ผ่านมาจะชะลอตัว ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากการที่กลุ่มลูกค้าจีนหายไป ประกอบกับอัตราการปล่อยสินเชื่อของธนาคารที่ลดลง”

ขณะเดียวกันเมื่อมาดูตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านหรือ Home Building ที่ยังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมาก ส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นผู้รับเหมารายย่อย ซึ่งพฤติกรรมผู้ประกอบการสร้างบ้านรายย่อยไม่อยากที่จะขยายตัวมากเพราะเงื่อนไขทางเศรษฐกิจหลายอย่าง เช่น การโปรโมทที่อาจไม่เชี่ยวชาญหรือขนาดองค์กรที่จะใหญ่ขึ้นทำให้ดูแลยาก IHC จึงมองว่าเป็นโอกาสสำหรับบริษัทในการเข้าไปทำธุรกิจในตลาดที่มูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาทนี้ นี้ ขณะเดียวกันตลาดธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ให้เช่าก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจ ด้วยมูลค่าตลาดรวมกว่า 27,000 ล้านบาท

Advertisement

ภายใต้แบรนด์ IHC บริษัทจะเจาะกลุ่มลูกค้า B2B และ SME โดยให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility) การแนะนำโมเดลธุรกิจ การตั้งราคา การกำหนดต้นทุน การประเมินผลกำไร การออกแบบงานสถาปัตยกรรม การบริหารงานก่อสร้าง และบริการหลังการขาย รวมถึงการนำนวัตกรรมด้านการก่อสร้างใหม่ ๆ มาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพงานก่อสร้าง สำหรับโครงการที่ให้บริการครอบคลุมถึงอพาร์ตเมนต์ โรงแรม หอพัก โฮมออฟฟิศ คลังสินค้า และโรงงานฯ โดยมีทีมก่อสร้างที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี มากกว่า 60 ทีม และมีกำลังการก่อสร้างทาวน์เฮาส์ หรือบ้านเดี่ยว 2 ชั้นได้ถึง 700 หลังต่อเดือน

สำหรับ IHC จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการก่อสร้างระหว่างลูกค้าและซัพพลายเออร์ แบบ One Stop Service Solution ตั้งแต่การออกแบบ-พัฒนาธุรกิจก่อสร้างรายย่อยระดับกลางและเล็ก , บริการการก่อสร้าง และการดูแลบริการหลังการขาย โดยหนึ่งในตัวอย่างที่นายปิยะ ยกตัวอย่างคือการที่ลูกค้าจ้างบริษัทในฐานะผู้รับเหมา แต่เมื่อเข้าไปดูรายละเอียดโครงการแล้วจึงทองว่าบริษัทสามารถพัฒนาโครงการและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้าได้จึงเข้าไปร่วมปรับเปลี่ยนและพัฒนาโครงการให้มากยิ่งขึ้นได้ โดยราคาบ้านเป้าหมายของโครงการนี้อยู่ที่ราว 20 ล้านบาท/หลัง

สำหรับธุรกิจรับสร้างบ้านจะดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Plantnery by PRUKSA ซึ่งเจาะกลุ่มลูกค้า B2C ระดับกลางถึงบน ในราคา 3 ถึง 20 ล้านบาท โดยเน้นจุดเด่นด้านทีมช่างมืออาชีพที่มีประสบการณ์การสร้างบ้านมากกว่า 200,000 หลัง มีการรับประกันงานโครงสร้างนาน 20 ปี พร้อมราคาที่ชัดเจน และการันตีสร้างเสร็จเร็วภายใน 6 เดือน โดยให้บริการแบบ One-Stop Service และมีแบบบ้านให้เลือกกว่า 100 แบบ ตั้งแต่แบบบ้านมาตรฐาน การปรับเปลี่ยนแบบ จนถึงการก่อสร้างตามแบบของลูกค้า โดยราคาเริ่มต้นที่ 10 ล้านบาท นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยนวัตกรรม Inno-Tech ที่นำระบบพรีคาสท์มาใช้ในการก่อสร้าง และเทคโนโลยีเพื่อบ้านอยู่สบายและปลอดภัย

นายปิยะให้ความเห็นว่า “เรามองเห็นศักยภาพของตลาดรับสร้างบ้านที่มีโอกาสเติบโตสูง จากข้อมูลของสมาคมไทยรับสร้างบ้านและกรมพัฒนาธุรกิจการค้าคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดรวมของธุรกิจรับสร้างบ้านในปี 2568 จะสูงถึง 130,000 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่ครองสัดส่วนเพียง 10% หรือประมาณ 15,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงโอกาสมหาศาลสำหรับผู้พัฒนาอสังหาฯ รายใหม่ที่ต้องการสร้างมาตรฐานการก่อสร้างและการบริหารจัดการที่เป็นมืออาชีพ”

“ปี 2026 ตั้งเป้ารายได้ Plantnery by PRUKSA อยู่ที่ 1,000 ล้านบาทซึ่งเมื่อเทียบกับมูลค่าภาพรวมตลาดกว่าแสนล้านก็ถือว่าเป็นเป้าหมายที่ไม่ได้เกินจริงและผู้นำตลาดก็มีรายได้อยู่ที่ราว 1,500 ล้านบาท เท่านั้น และตั้งเป้าว่าปี 2035 จะตั้งเป้าการสร้างรายได้ไปอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท”

นอกเหนือจากสองธุรกิจหลัก IHC ยังเตรียมขยายสู่ธุรกิจให้เช่าเพื่อสร้างรายได้ประจำที่มั่นคงและยั่งยืน โดยเปิดตัวแบรนด์ iPlearn เป็นที่อยู่อาศัย-อพาร์ทเม้นท์ให้เช่าที่มีดีไซน์ทันสมัย ฟังก์ชันห้องครบครันพร้อมเฟอร์นิเจอร์ และระบบเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยออนไลน์ 24 ชม. ด้วยราคาค่าเช่าที่คุ้มค่า โดยจะนำร่องใน 3 ทำเลแรก ได้แก่ ลำลูกกา, รังสิต-คลอง 2, และบ่อวิน (จังหวัดระยอง) ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในไตรมาส 4 ปีนี้ โดยมีแผนขยายสู่ 10,000 ห้องภายใน 3 ปี โดยเน้นทำเลใกล้แหล่งงานและสถาบันการศึกษาเพื่อรองรับดีมานด์เช่าที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้พื้นที่นำร่องมีอัตราการเช่าสูงกว่า 90% แล้วในปัจจุบัน

Advertisement

iPlern ได้ประสบการณ์จากการที่พฤกษาทำคอนโด Plum ทั้งประสบการณ์การก่อสร้างคอนโดที่ประสบความสำเร็จและการบริหารจัดการ-จัดหาวัสดุก่อสร้างตามเงื่อนไขของลูกค้าที่กว้างขวางมากเพียงพอจนสามารถตอบโจทย์เรื่องราคาหลังจากโครงการก่อสร้างเสร็จ เช่น ตร.ม. ละ 8,000 บาท ได้ ตัวมีกลุ่มเป้าหมายเมื่อโครงการสำเร็จคือกลุ่มนักเรียนนักศึกษา 40% กลุ่มพนักงานโรงงาน 35% ค่าเช่าราว 2,000-5,000 บาท และ กลุ่มผู้ที่จบการศึกษาและทำงานเป็นครั้งแรก 25%

สำหรับขนาดของโครงการอพาร์ทเม้นท์ สามารถทำได้ตั้งแต่พื้นที่ครึ่งไร่ไปถึงขนาดที่ใหญ่ขึ้น  โดยโมเดลธุรกิจของบริษัทสามารถเป็นไปได้ตั้งแต่การร่วมทุนระหว่างเจ้าของพื้นที่ไปจนถึงการรับก่อสร้างเพียงอย่างเดียวก็ยังสามารถทำได้

“ขณะเดียวกันสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างเพื่อนบ้านที่ทำให้แรงงานกัมพูชากลับประเทศไป บริษัทก็ใช้แรงงานเมียนมาร์ทดแทนกันได้ จึงยังส่งผลในแง่ของแรงงานก่อสร้างมากนัก ขณะเดียวกันในตลาดที่บริษัททำธุรกิจอยู่อยากธุรกิจรับสร้างบ้านกลุ่มผู้รับเหมาจากจีนยังมีอุปสรรคอยู่ จึงทำให้เรายังมีโอกาสอยู่ ทั้งนี้ไม่นับรวมถึงกลุ่มบริษัทก่อสร้างจีนที่เหมาโครงการใหญ่ ๆ ที่บริษัทไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง” นายปิยะ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวในช่วงท้าย

Continue Reading
Advertisement