ข่าว
Dell – NVIDIA พบ องค์กรในเอเชียแปซิฟิกเร่งนำ AI มาใช้ แม้เผชิญความท้าทายรอบด้าน ตามการสำรวจของ IDC
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ผลการศึกษาล่าสุดจาก IDC ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก เดลล์ เทคโนโลยีส์ (Dell Technologies) และ NVIDIA ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังเร่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Generative AI มาปรับใช้อย่างกว้างขวาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างนวัตกรรมใหม่ อย่างไรก็ตาม องค์กรส่วนใหญ่ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้าน AI ความซับซ้อนในการผสานรวมเทคโนโลยีเข้ากับระบบเดิม และความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูล

จากการสำรวจพบว่าตลาดเซิร์ฟเวอร์ที่เน้นการใช้งาน AI ในเอเชียแปซิฟิกคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 23,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2568 นอกจากนี้ 84% ขององค์กรในภูมิภาคนี้ตั้งใจจะจัดสรรงบประมาณระหว่าง 1 ถึง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับโครงการริเริ่มด้าน Generative AI ในปีนี้ แต่ถึงแม้จะมีการลงทุนสูง องค์กรจำนวนมากยังคงประสบปัญหาในการปรับกลยุทธ์ AI ให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ โดยข้อมูลระบุว่า 35% ขององค์กรในอาเซียนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการนำ AI และแมชชีนเลิร์นนิ่งมาใช้งาน
หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่สุดคือ การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะ โดยมากกว่า 72% ขององค์กรในเอเชียแปซิฟิกเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจ้างงานบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้าน AI โดยตรง นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายด้านต้นทุนไอทีที่เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ และความกังวลเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ทำให้องค์กรจำนวนมากต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญและนักพัฒนาจากภายนอก โดย 60% ของธุรกิจเลือกใช้บริการจากนักพัฒนาภายนอก ในขณะที่มีเพียง 30% ที่พัฒนาแอปพลิเคชัน AI ภายในองค์กรเอง
นายคริส เคลลี่ รองประธานอาวุโส กลุ่มโซลูชันโครงสร้างพื้นฐาน ฝ่ายขายเฉพาะทาง ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ญี่ปุ่น และจีน เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า “ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีศักยภาพมหาศาลในการเป็นผู้นำของการนำ AI มาใช้และนวัตกรรม ถึงเวลาแล้วที่องค์กรต่างๆ จะก้าวข้ามการพิสูจน์แนวคิด (POC) และมุ่งเน้นไปที่การบรรลุผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่วัดผลได้ การเดินทางสู่ ROI ที่สม่ำเสมอนั้นซับซ้อนและต้องการการสนับสนุนที่ครอบคลุมในทุกขั้นตอน ด้วยการสนับสนุนจากพันธมิตรด้านเทคโนโลยี องค์กรต่างๆ สามารถเอาชนะความท้าทายในการนำไปใช้และเร่งเส้นทางสู่ผลลัพธ์ AI ที่ขับเคลื่อนด้วยผลลัพธ์ที่สร้างผลกระทบ”
รายงานยังได้จำแนกการนำ AI ไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ พบว่ากลุ่มอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์มีการใช้งาน AI สูงที่สุดที่ 86% ตามมาด้วยกลุ่มธนาคารและบริการทางการเงินที่ 84% และอุตสาหกรรมพลังงานที่ 83% โดยแต่ละอุตสาหกรรมมีกรณีการใช้งานที่แตกต่างกันไป เช่น การตรวจจับการฉ้อโกงในภาคการเงิน, การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ในภาคการผลิตและพลังงาน, การวินิจฉัยโรคในกลุ่มเฮลท์แคร์ และการสร้างคำแนะนำสินค้าแบบเฉพาะบุคคลในธุรกิจค้าปลีก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า AI ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในหลากหลายมิติ
