Connect with us

ข่าว

SCGD มั่นใจฐานการผลิตเวียดนาม หนุนเติบโตระยะยาว รับมือเศรษฐกิจผันผวน พร้อมขยายส่งออก

Published

on

SCG Decor (SCGD) ยืนยันกลยุทธ์การเติบโตโดยใช้เวียดนามเป็นฐานการผลิตสำคัญ เพื่อลดผลกระทบภาษีสหรัฐฯ และขยายตลาดส่งออกไปออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน และยุโรป

สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัทเอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCG Decor (SCGD) เปิดเผยถึงกลยุทธ์การเติบโตที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น โดยเฉพาะการใช้ฐานการผลิตในประเทศเวียดนาม เพื่อรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ และลดผลกระทบจากการเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา แม้ว่ารายได้จากการส่งออกไปยังสหรัฐฯ จะคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของยอดขายรวมทั้งหมด แต่บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายการส่งออกโดยใช้เวียดนามเป็นฐานการผลิตหลัก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรับมือกับสภาวะตลาดที่มีความไม่แน่นอน

นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCG Decor (SCGD) ให้ความเห็นว่า “เรามองเห็นศักยภาพการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวของเวียดนาม ด้วยเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างประชากรในวัยทำงานที่เอื้อต่อการจ้างงาน และต้นทุนการผลิตที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก” นอกจากนี้ เวียดนามยังเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีข้อตกลงทางภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ ในอัตรา 20% ซึ่งต่ำกว่าภาษีนำเข้าของไทยถึง 36%

นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCG Decor (SCGD)
นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCG Decor (SCGD)

ปัจจุบัน SCGD มีฐานการผลิตที่สำคัญในเวียดนาม คือ PRIME GROUP ซึ่งเป็นผู้นำตลาดกระเบื้องอันดับ 1 ของเวียดนาม โดยมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 20% และมีแผนขยายธุรกิจไปยังภาคใต้ของประเทศ อาศัยความได้เปรียบจากเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่แข็งแกร่งและแบรนด์ที่เป็นที่นิยมสูง PRIME GROUP มียอดขาย Glazed Porcelain เพิ่มขึ้นกว่า 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ในขณะที่ตลาดในประเทศไทยยังคงชะลอตัว นอกจากนี้ เวียดนามยังได้เปรียบด้านต้นทุนพลังงานและค่าแรงที่ต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน

บริษัทฯ ยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านพลังงานทางเลือก เช่น ระบบ Solar และ เชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการผลิต แต่ยังสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ด้วย ปัจจุบัน SCGD เดินเครื่องผลิต Glazed Porcelain เต็มกำลัง และได้เริ่มขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมที่โรงงาน Pho Yen โดยระยะที่ 1 แล้วเสร็จไปกว่า 2.5 ล้านตารางเมตร และคาดว่าจะแล้วเสร็จระยะที่ 2 อีก 2.5 ล้านตารางเมตร ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ รวมถึงมีแผนพัฒนากระเบื้อง HVA และกระเบื้องขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศต่างๆ เช่น ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน และยุโรป ซึ่งจะสามารถใช้ความได้เปรียบด้านต้นทุนและภาษีเพื่อขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากการลงทุนในกำลังการผลิตแล้ว บริษัทฯ ยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับซัพพลายเออร์ชั้นนำ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ SCGD มีคุณภาพระดับโลก รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ร่วมมือกับพันธมิตรจากยุโรป เพื่อแข่งขันกับผู้เล่นระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ SCGD ยังคงแสวงหาโอกาสในการ Merger and Partnership และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ โดยเฉพาะในเวียดนาม เพื่อขยายธุรกิจเซรามิกและสุขภัณฑ์ให้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าเวียดนามจะเป็นฐานการผลิตหลักและการส่งออกที่สำคัญ ในการรักษาความสามารถในการแข่งขันระดับโลกและสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

Advertisement
Continue Reading
Advertisement