ข่าว
มาสเตอร์การ์ดเปิดตัว Mastercard Cloud Edge เร่งเชื่อมต่อระบบคลาวด์ เพิ่มความเร็ว 4 เท่า รองรับการเติบโตของฟินเทค
สำนักข่าวบริคอินโฟ – มาสเตอร์การ์ด (Mastercard) เปิดตัวโซลูชันใหม่ล่าสุด Mastercard Cloud Edge ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ธนาคารและผู้ให้บริการฟินเทค (Fintech) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายของมาสเตอร์การ์ดได้เร็วขึ้นถึง 4 เท่า และเปิดตัวบริการชำระเงินใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น โดยโซลูชันนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำระดับโลก เช่น Amazon Web Services (AWS) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Amazon.com, Inc. โดยมีเป้าหมายเพื่อตอบสนองการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมฟินเทคในภูมิภาคนี้
- อ่าน : มาสเตอร์การ์ดเผยผลสำรวจ: ผู้หญิงไทย 8 ใน 10 สนใจทำธุรกิจ แต่ยังขาดความมั่นใจ
- อ่าน : มาสเตอร์การ์ดจับมือ Feedzai พัฒนาระบบ AI ป้องกันสแกมทั่วโลก
อุตสาหกรรมฟินเทคทั่วโลกคาดการณ์ว่าจะเติบโตเร็วกว่าภาคธนาคารโดยรวมถึง 3 เท่าภายในปี 2571 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของตลาดเกิดใหม่ในเอเชียแปซิฟิก การใช้เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งการเติบโตนี้ โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับ 500 บริษัทชั้นนำของโลก และสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คลาวด์คอมพิวติ้งคาดว่าจะผลักดันให้ตลาดมีมูลค่าสูงเกือบ 311 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2572
นายซันดีป มาลโฮตรา รองประธานบริหารฝ่าย Core Payments ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาสเตอร์การ์ด กล่าวว่า “ด้วย Cloud Edge มาสเตอร์การ์ดได้นำนวัตกรรมด้านคลาวด์และการชำระเงินมาสู่ธนาคาร สถาบันการเงิน และองค์กรที่ทำงานบนระบบคลาวด์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและต้องการโซลูชันที่สอดรับกับทิศทางของตน Cloud Edge ตอกย้ำความมุ่งมั่นของมาสเตอร์การ์ดในการสร้างระบบที่มั่นคง มีการสำรองข้อมูลและปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน พร้อมมอบทางเลือก ความรวดเร็ว และความยืดหยุ่นให้แก่ลูกค้า เช่น ผู้ให้บริการฟินเทคสามารถรองรับการใช้งานของลูกค้าในช่วงที่มีการใช้งานสูง เช่น ในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์หรือเทศกาลลดราคา โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่มในระบบโครงสร้างพื้นฐาน”
โซลูชัน Mastercard Cloud Edge เป็นอีกทางเลือกในการเชื่อมต่อระบบของมาสเตอร์การ์ด โดยลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากการเชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อและเป็นส่วนตัวกับระบบของมาสเตอร์การ์ด ด้วยความเร็วและความสามารถในการขยายตัวของระบบคลาวด์ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งช่วยให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องผูกติดกับโครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบเดิมหรือระบบภายในองค์กร นอกจากนี้ Cloud Edge ยังช่วยให้สามารถเปิดตัวผลิตภัณฑ์หรือบริการสู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้น และยังสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลในแต่ละประเทศ รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนและค่าบำรุงรักษา เนื่องจากไม่ต้องสร้างหรือดูแลศูนย์ข้อมูลเอง และยังสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการชำระเงินสมัยใหม่ได้โดยตรง เช่น Transaction APIs ที่พัฒนาบนมาตรฐาน ISO 20022
บริษัท Episode Six ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านบัญชีและบัตรสำหรับองค์กรระดับโลก กำลังใช้โซลูชัน Cloud Edge เพื่อสนับสนุนภาคธนาคาร ฟินเทค และองค์กรด้านการชำระเงินในเอเชียแปซิฟิก ในการออกแบบและเปิดตัวบริการชำระเงินดิจิทัลชั้นนำ เช่น บัตรเครดิต และการชำระเงิน B2B
นายจอห์น มิตเชลล์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Episode Six กล่าวว่า “เทคโนโลยีทั้งหมดของ Episode Six ได้รับการพัฒนาโดยเฉพาะสำหรับระบบคลาวด์ เราจึงเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าโครงสร้างพื้นฐานมีความสำคัญอย่างไรต่อพันธมิตรในการขยายขนาดโดยยังคงไว้ซึ่งความปลอดภัยทั้งในปัจจุบันและอนาคต เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับมาสเตอร์การ์ดในการพัฒนาโซลูชัน Cloud Edge เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการออกสู่ตลาดของลูกค้า พร้อมทั้งรับประกันความปลอดภัย สามารถสำรองข้อมูล และปกป้องข้อมูลผ่านการเข้ารหัสและจัดเก็บบนคลาวด์ได้”
นายสก็อตต์ มัลลินส์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริการทางการเงินของ AWS กล่าวเสริมว่า “ด้วยศูนย์ข้อมูลของ AWS ที่มีอยู่ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสามารถมอบการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมและปลอดภัย ผนวกกับเครือข่ายระดับโลกของมาสเตอร์การ์ด สิ่งนี้ช่วยให้องค์กรในภูมิภาคสามารถเข้าถึงระบบเครือข่ายการชำระเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความหน่วงต่ำ (low latency) ทำให้ดำเนินการได้อย่างราบรื่น และสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านการจัดเก็บข้อมูลในแต่ละประเทศ”
โซลูชัน Mastercard Cloud Edge พร้อมให้บริการในตลาดเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรวมถึง อินเดีย ออสเตรเลีย สิงคโปร์ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง และ ประเทศไทย นอกจากนี้ยังพร้อมให้บริการในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และบางส่วนของยุโรป ละตินอเมริกา แคริบเบียน ตะวันออกกลาง และแอฟริกา
