Connect with us

ข่าว

รัฐบาลปราบสินค้าผิดกฎหมาย-ธุรกิจนอมินี ดำเนินคดีแล้วกว่า 57,000 คดี สร้างความเสียหายรวมกว่า 2 พันล้านบาท

Published

on

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลไทยได้เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกในการจัดการกับปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ โดยในช่วงเดือนกันยายน 2567 ถึงพฤษภาคม 2568 มีการดำเนินคดีสินค้าผิดกฎหมายไปแล้วกว่า 57,739 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2,287 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการเก็บภาษีนำเข้าสินค้ามูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ได้ถึง 1,875 ล้านบาท และใช้มาตรการ Notice and Takedown เพื่อลบสินค้าผิดกฎหมายออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์กว่า 14,976 รายการ รวมถึงดำเนินคดีกับธุรกิจนอมินี (Nominee) อีก 861 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 15,296 ล้านบาท

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 ว่า จากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวน ประเทศไทยก็ต้องเผชิญกับปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาดำเนินกิจการอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบในหลายมิติ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว รัฐบาลภายใต้การสั่งการของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงได้ผลักดันมาตรการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย

ในการดำเนินการนี้ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้บูรณาการความร่วมมือกับ กระทรวงมหาดไทย จัดตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมายในระดับจังหวัด โดยมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบ สืบสวน สอบสวน จับกุม และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในรูปแบบของธุรกิจนอมินี ซึ่งขณะนี้มีนิติบุคคลเป้าหมายกว่า 46,918 ราย ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

นายอนุกูล ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลโดย กระทรวงพาณิชย์ ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการเพื่อรับมือกับการไหลทะลักของสินค้านำเข้าจากมาตรการภาษีของต่างประเทศ โดยเร่งลดระยะเวลาการไต่สวนมาตรการปกป้องและตอบโต้ทางการค้าให้เหลือไม่เกิน 1 ปี นอกจากนี้ยังร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพิจารณาการใช้มาตรการ เซฟการ์ด (Safeguard) เพื่อป้องกันตลาดภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement
Continue Reading
Advertisement