Connect with us

ข่าว

ชาวบาร์เซโลนา ประท้วงต้าน “การท่องเที่ยว” หลัง นนท. ล้นเมืองทำค่าครองชีพพุ่ง-คนท้องถิ่นอยากย้ายหนี

Published

on

การประท้วง "โอเวอร์ทัวริซึม" เกิดขึ้นในหลายเมืองของยุโรปใต้ โดยมีบาร์เซโลนาเป็นศูนย์กลาง ประชาชนไม่พอใจการท่องเที่ยวที่ส่งผลให้ค่าครองชีพและค่าที่อยู่อาศัยสูงขึ้น เรียกร้องให้ภาครัฐลดจำนวนนักท่องเที่ยวและปรับเปลี่ยนโมเดลเศรษฐกิจ

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (15 มิ.ย. 68) ประชาชนหลายพันคนในเมืองต่างๆ ทางตอนใต้ของทวีปยุโรป ได้รวมตัวกันประท้วงต่อต้าน “โอเวอร์ทัวริซึม” (Overtourism) หรือภาวะที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากเกินไป โดยมีการฉีดน้ำใส่หน้าร้านค้าและปล่อยควันในเมือง บาร์เซโลนา (Barcelona) ประเทศสเปน ซึ่งเป็นจุดที่มีการประท้วงหลัก กลุ่มผู้ประท้วงได้ตะโกนข้อความว่า “วันหยุดของคุณ คือความทุกข์ของฉัน” พร้อมถือป้ายที่มีข้อความ เช่น “การท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังฆ่าเมือง” และ “ความโลภของพวกเขานำพาความหายนะมาให้เรา” สะท้อนความไม่พอใจต่อผลกระทบจากการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล

ภายใต้การรวมกลุ่มของพันธมิตร SET alliance ซึ่งย่อมาจาก Sud d’Europa contra la Turistització หรือในภาษาคาตาลันหมายถึง “ยุโรปใต้ต่อต้านการเป็นเมืองท่องเที่ยวมากเกินไป” (Southern Europe against Overtourism) ผู้ประท้วงได้ผนึกกำลังกับกลุ่มต่างๆ ในประเทศโปรตุเกส (Portugal) และอิตาลี (Italy) โดยให้เหตุผลว่า การท่องเที่ยวที่ไร้การควบคุมได้ทำให้ ราคาที่อยู่อาศัยพุ่งสูงขึ้น และบีบให้ผู้คนต้องย้ายออกจากพื้นที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่เดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองบาร์เซโลนา ซึ่งมีประชากร 1.6 ล้านคน แต่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาถึง 26 ล้านคนเมื่อปีที่ผ่านมา

ทางการเมืองบาร์เซโลนาทางตะวันออกเฉียงเหนือของสเปน (Spain) ระบุว่า มีผู้เข้าร่วมการประท้วงประมาณ 600 คน บางส่วนได้ใช้อุปกรณ์ฉีดน้ำ หรือปล่อยควันสี และติดสติกเกอร์ที่เขียนว่า “การป้องกันตนเองของเพื่อนบ้าน นักท่องเที่ยวกลับบ้านไป” บนหน้าต่างร้านค้าและโรงแรม ขณะที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง พนักงานคนหนึ่งที่กำลังทำงานอยู่ได้เผชิญหน้ากับผู้ประท้วง โดยกล่าวว่าเขา “แค่ทำงาน” และไม่ใช่เจ้าของสถานที่

นอกจากบาร์เซโลนาแล้ว ยังมีการประท้วงที่คล้ายกันในเมืองอื่นๆ ของสเปน เช่น อิบิซา (Ibiza), มาลากา (Malaga), ปัลมา เด มายอร์กา (Palma de Mallorca), ซาน เซบาสเตียน (San Sebastian) และ กรานาดา (Granada) ส่วนการประท้วงในอิตาลี (Italy) เกิดขึ้นในเมืองต่างๆ เช่น เจนัว (Genoa), เนเปิลส์ (Naples), ปาแลร์โม (Palermo), มิลาน (Milan) และ เวนิส (Venice) ซึ่งชาวเมืองเวนิสได้แสดงการคัดค้านการก่อสร้างโรงแรมสองแห่งที่จะเพิ่มห้องพักประมาณ 1,500 เตียงให้กับเมือง ผู้จัดการประท้วงแจ้งกับสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters)

Advertisement

เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว รัฐบาลเมืองบาร์เซโลนาได้ประกาศเมื่อปีที่แล้วว่าจะ ห้ามการเช่าอพาร์ตเมนต์สำหรับนักท่องเที่ยวภายในปี 2028 เพื่อทำให้เมืองน่าอยู่ยิ่งขึ้นสำหรับผู้อยู่อาศัย “ฉันเหนื่อยมากที่ต้องเป็นตัวสร้างความรำคาญในเมืองของตัวเอง” นางสาวอีวา วิลาเซกา (Eva Vilaseca) วัย 38 ปี กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ในการประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ที่บาร์เซโลนา พร้อมทั้งปฏิเสธข้อโต้แย้งทั่วไปที่ว่าการท่องเที่ยวสร้างงานและความเจริญรุ่งเรือง

การใช้จ่ายด้านการเดินทางระหว่างประเทศในยุโรป (Europe) คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 11% เป็น 838 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ โดยสเปน (Spain) และฝรั่งเศส (France) เป็นหนึ่งในประเทศที่จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวทำสถิติสูงสุด นอกจากนี้ ยังมีการประท้วงที่กรุงลิสบอน (Lisbon) ประเทศโปรตุเกส (Portugal) ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมาด้วย