Connect with us

ข่าว

ฝ่ายปกครอง สนธิตำรวจ นำหมายศาลบุกรวบผู้จัดการร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง กลางเมืองลำปาง ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า

ลำปาง_ปกครอง สนธิตำรวจ นำหมายศาลบุกรวบผู้จัดการร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง กลางเมืองลำปาง ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า อาศัยเจ้าของร้านไม่อยู่ไปต่างประเทศ ได้ยอดขาย 20 เปอร์เซนต์.

Published

on

เมื่อวันนี้ 10 เม.ย.67 เวลา 16.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ โดยนายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้มอบหมายให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดลำปาง บูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร เข้าตรวจค้นร้านขายอาหารแนวญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ตามหมายค้นของศาลจังหวัดลำปาง

สืบเนื่องจาก มีผู้ร้องเรียนว่า ร้านขายอาหารแนวญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ได้แอบลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้กลุ่มเยาวชนและวัยรุ่น จังหวัดลำปาง จึงได้มอบหมายให้พนักงานฝ่ายปกครอง ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดลำปาง ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว จนกระทั่งได้พยานหลักฐานครบถ้วน จึงนำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เพื่อขออนุมัติในการยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดลำปางเพื่อขอออกหมายค้นร้านดังกล่าว กำลังเจ้าหน้าที่ได้นำหมายศาลบุกเข้าตรวจค้น ในห้องเก็บของที่อยู่หลังร้านดังกล่าว พบนายวุฒิ(นามสมมุติ) อายุ30ปี เป็นผู้จัดการร้านอาหาร เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายค้นของศาลจังหวัดลำปาง จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบเครื่องสูบ จำนวน 3 ชิ้น บุหรี่ไฟฟ้า ชนิดใช้แล้วทิ้ง จำนวน 136 ชิ้น หัวพอร์ต (น้ำยาสำหรับใช้กับตัวเครื่อง) จำนวน 518 ชิ้น รวมของกลางทั้งสิ้น 657 ชิ้น

ทั้งนี้ นายวุฒิ เป็นผู้จัดการร้านอาหารดังกล่าว ได้เงินเดือน16,000บาท อาศัยในช่วงที่เจ้าของร้านเดินทางไปต่างประเทศ จึงได้นำบุหรี่ไฟฟ้า อุปกรณ์ต่างๆรวมถึงน้ำยาบุหรี่ มาเก็บไว้ในห้องเก็บของรอการสั่งซื้อจากลูกค้า โดยให้การเบื้องต้นยอมรับว่าตนเองได้ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าได้ประมาณ 1 ปี แล้ว เพื่อเป็นรายได้เสริมจากส่วนแบ่ง20เปอร์เซนต์ ยอดรายได้เดือนละ 20,000 – 30,000 บาทต่อ/เดือน โดยอ้างว่าได้สั่งบุหรี่ไฟฟ้าจากเพื่อนที่ กทม. ส่งมาให้ทางไปรษณีย์ และเตรียมไว้ขายช่วงเทศกาลสงกรานต์ ให้ลูกค้าโดยทั่วไปที่เป็นคนรู้จักและเยาวชนบางกลุ่ม โดยสามารถสั่งซื้อทางกลุ่มไลน์ “ควันขึ้น 2” ซึ่งเป็นกลุ่มไลน์เฉพาะลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้และมารับของที่หลังร้าน

ทั้งนี้ ปัจจุบันต้องยอมรับว่า มีกลุ่มเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ทั้งชายและหญิง นิยมสูบบุหรี่ไฟฟ้ากันเป็นจำนวนมาก ถือเป็นเรื่องปกติ ทำให้ภาระตกที่ผู้ปกครองต้องจ่ายเงินเพิ่มจากค่าที่พัก ค่ากิน ค่าเทอม ที่สำคัญมีการลักลอบขายกันทางออนไลน์ ซื้อง่าย ขายคล่อง ถึงแม้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จะมีการกวดขันจับกุมผู้ขายอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีการลักลอบย้ายสถานที่ขายไปเรื่อยๆ เนื่องจากได้กำไรดี เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า

  1. ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/ 2558 ลงวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๘ เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” ดังนั้น ผู้ใดขายหรือให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาเติม มีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  2. นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า มีความผิดตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๗ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่า ของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ กับให้ริบบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งสิ่งที่ใช้บรรจุ และพาหนะใดๆ ที่ใช้ในการบรรทุกสินค้าบุหรี่ไฟฟ้านั้น,ความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 244 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งริบของนั้นก็ได้ ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่
  3. ครอบครองหรือรับไว้ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้า อันเป็นสินค้าห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรอันจะมีความผิดฐาน ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง ตาม มาตรา 246 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขลางค์นคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
Continue Reading
Advertisement