ข่าวบันเทิง
Gabe Watkins ปล่อยอีพีอัลบั้มที่สอง “Invisible String” เชื่อมโยงเรื่องราวความสัมพันธ์ผ่าน 6 บทเพลง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เก๊บ วัตคินส์ (Gabe Watkins) ศิลปินหนุ่มลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย สังกัดค่ายเพลง วอท เดอะ ดัก (What The Duck) ได้เปิดตัวอีพีอัลบั้มชุดที่สองของเขาในชื่อ “Invisible String” ซึ่งประกอบด้วย 6 เพลงสากล โดยเป็นผลงานที่สะท้อนถึงร่องรอยและความสัมพันธ์ของผู้คนที่เข้ามาในชีวิต Gabe Watkins ในช่วงเวลาหนึ่ง เปรียบเสมือน “เส้นด้ายล่องหน” ที่เชื่อมโยงทุกเรื่องราวของความรักที่อาจเปลี่ยนไป จางหาย กลับมา หรือยังคงติดอยู่ในใจ
อีพีอัลบั้ม “Invisible String” นี้ นับเป็นผลงานชุดที่สองของ Gabe Watkins ต่อจากอีพีอัลบั้มแรกที่มีชื่อว่า “Grape Soda” ซึ่งมี 7 เพลงสากลที่ใช้เวลาสร้างสรรค์กว่า 3 ปี ก่อนหน้านี้ Gabe Watkins ยังเคยมีโอกาสขึ้นแสดงบนเวทีเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติมาแล้ว เช่น งาน AXEAN festival 2024 ที่ประเทศอินโดนีเซีย และงาน TOMATO MUSIC Festival ที่ประเทศเวียดนาม
ในอีพีอัลบั้มใหม่นี้มีซิงเกิลที่เคยถูกปล่อยออกมาก่อนหน้าแล้วสองเพลง ได้แก่ เพลง “Venus” ที่กล่าวถึงการตามหาความรักที่ไม่มีอยู่แล้ว เปรียบเสมือนสิ่งที่สวยงามแต่จับต้องไม่ได้ และเพลง “She’s The Sun” ซึ่งเป็นเพลงรักโรแมนติกที่ค้นพบว่าคนรักคือแสงสว่างในชีวิต นอกจากนี้ ยังมี 4 เพลงใหม่ที่ถูกรวมอยู่ในอีพีชุดนี้ เริ่มต้นด้วยเพลง “I Still Do” ที่ Gabe Watkins ระบุว่าเป็นจิ๊กซอว์ความรู้สึกที่เติมเต็มให้อีพีอัลบั้มนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเพลงนี้พูดถึงความรู้สึกรักที่ยังคงอยู่ แม้ความสัมพันธ์จะจบลงไปแล้วก็ตาม ด้วยทำนองที่ฟังง่ายและน้ำเสียงนุ่มนวล
เพลงใหม่อื่น ๆ ในอีพี ได้แก่ “How Can We Be Friends?” ซึ่งเล่าถึงความสัมพันธ์ที่ข้ามเส้น ‘เฟรนด์โซน’ โดยมีทำนองที่สนุกสนาน และเพลง “Quite Like You” ซึ่งเป็นเพลงที่ Gabe Watkins แต่งไว้นานแล้ว โดยเนื้อเพลงกล่าวถึงสายสัมพันธ์ที่พิเศษและหาใครเปรียบไม่ได้ Gabe Watkins ได้ถ่ายทอดความรู้สึกในเพลงนี้ว่า
“I could search my whole life through and never find someone quite like you”
แทร็กสุดท้ายของอีพีอัลบั้มคือเพลงที่มีชื่อเดียวกับชื่ออัลบั้มคือ “Invisible String” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความเชื่อที่ว่า มนุษย์บางคนเกิดมาเพื่อพบกัน แม้จะอยู่ห่างไกลกันหรือเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดก็ตาม เป็นเพลงที่เต็มไปด้วยความหวังและเชื่อว่าคนสองคนถูกผูกไว้ด้วยเส้นด้ายล่องหนที่ไม่สามารถมองเห็นแต่ยังรู้สึกได้
