Connect with us

บทความ

ออมเงินทางไหนดีกว่า ระหว่างฝากธนาคาร กับ เอาไปลงทุน ?

Published

on

ปัญหาเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เป็นปัญหาที่ไม่เข้าออกใครทั้งนั้น เพราะแทบทุกคนต่างก็ต้องมาปวดหัวเรื่องการจัดการเงินของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น ว่าควรนำเงินของเราไปเก็บไว้ตรงไหนอย่างไร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและงอกเงยขึ้นมา เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันต่างไปจากในอดีตโดยสิ้นเชิง

โดย : จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ

สืบเนื่องจากเมื่อสักประมาณกว่า 20 ปีที่แล้ว ถ้าคุณเป็นคนที่ออมเงินฝากไว้กับธนาคารได้ ก็จะสามารถสร้างความมั่งคั่งให้กับตนเองได้ไม่ยาก เพราะดอกเบี้ยของการฝากเงินในยุคนั้นอยู่ที่ประมาณกว่า 10% ซึ่งอยู่ในเรตผลตอบแทนของการลงทุนสมัยนี้ (ในกรณีที่พีคแทบที่สุดด้วย)

ฝากหลักล้าน ดอกเบี้ยหลักหมื่น

แต่ปัจจุบันดอกเบี้ยของเงินฝากประจำอยู่ที่ประมาณ 0.5-1% ต่อปีโดยทั่วไป ขณะที่อัตราเงินเฟ้อนั้นมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1-2% ต่อปี เมื่อเอาอัตราเงินเฟ้อมาเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจะเห็นได้ว่าการเอาเงินของตัวเองฝากไว้กับธนาคารเฉย ๆ เท่ากับว่าเรากำลังขาดทุน และเผชิญกับความเสี่ยงอย่างไม่รู้ตัวนั่นเอง

Advertisement

ดังนั้น คนส่วนใหญ่จึงนิยมนำเงินบางส่วนไปลงทุนในหุ้น หรือกองทุนรวม ซึ่งให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินประจำกับธนาคาร แต่การลงทุนในลักษณะนี้ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เงินต้นของตัวเรานั้นหายไปได้เช่นกัน ในกรณีที่ตลาดเกิดความผันผวนและอยู่ในช่วงขาลง ประกอบกับเราดันไปเลือกกองทุนหรือหุ้นที่กำลังโดนผลกระทบด้านลบอยู่ในขณะนั้น ก็จะทำให้เงินของเราลดน้อยลงไปได้เช่นกัน

ลงทุนได้แต่ศึกษาให้ดี

ในขณะที่คนบางประเภท ก็ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่หลอกผู้มีความรู้ทางการเงินน้อยให้ไปลงทุนในแชร์ลูกโซ่ต่าง ๆ ที่ตกเป็นข่าวกันมาหลายต่อหลายครั้ง เนื่องจากไม่มีภูมิคุ้มกันที่ดี และไม่สามารถระงับความโลภของตัวเองได้ เนื่องจากการลงทุนประเภทนี้มักนำผลตอบแทนที่สูงและรวดเร็วมาล่อใจให้พวกเราตกเป็นเหยื่อเสมอ

ดังนั้นจึงอยากจะเตือนว่าหากมีใครมาชวนพวกเราไปลงทุนและอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนตั้งแต่ 50% ขึ้นไปในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน ให้พึงละลึกไว้เสมอเลยว่าการลงทุนดังกล่าวที่เขาชวนเรานั้นเข้าข่ายหลอกลวงแน่นอน เพราะในโลกของความเป็นจริงแล้วไม่มีการลงทุนประเภทเทรดแบบใดที่ให้ผลตอบแทน 50% ต่อเดือน ยกเว้นแต่ว่าคุณจะเป็นเซียนหุ้นประเภทเข้าเกร็งกำไรและเทขายชนิดรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงจะสามารถทำกำไรจากการเทรดหุ้นได้มหาศาลขนาดนั้น

ตัดสินอย่างไรกับการลงทุนแบบต่าง ๆ

ส่วน การตัดสินใจว่าเราควรจะจัดการอย่างไรกับเงินในกระเป๋าของเรานั้น ขั้นแรกเลยอยากให้ตั้งคำถามกับตัวเองเสียก่อนว่าเงินก้อนที่เรามีอยู่นี้ เราสามารถรับความเสี่ยงกับมันได้มากแค่ไหน ถ้าเราไม่สามารถรับความเสี่ยงกับมันได้เลยก็ควรจะเก็บเงินไว้อย่างปลอดภัยเช่นลงทุนในตราสารหนี้ หรือซื้อสลากออมสิน และสลาก ธอส. ที่ยังมีลุ้นถูกรางวัล แต่ต้องลงทุนอย่างน้อย 1 แสนบาทถึงจะการันตีถูกรางวัลทุกงวด

Advertisement

แต่หากพบว่าเงินก้อนที่เรามีอยู่นั้น เราสามารถเสียมันไปได้อย่างไม่เสียดายอะไรมากนัก เงินก้อนนี้จะเหมาะนำไปลงทุนในหุ้น หรือกองทุนรวมมากกว่า ขณะเดียวกันการลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวม เราต้องรู้จักกับสินทรัพย์ที่เราจะเข้าไปลงทุนให้ดีด้วยเช่นกัน โดยก่อนเข้าไปลงทุนเราควรศึกษาว่าหุ้นและกองทุนรวมที่เราจะลงทุนนั้น มีรายได้จากอะไร ทำธุรกิจประเภทไหน มีรอบหรือฤดูของการทำรายได้หรือไม่

อยากออมต้องรู้ให้ลึก

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราควรรู้อย่างละเอียด เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงให้กับเราได้ระดับหนึ่ง เนื่องจากเรารู้เป็นอย่างดีว่าสิ่งที่เราลงทุนเขาจะเอารายได้ที่ไหนมาจ่ายให้เรา ซึ่งที่ผ่านมาคนที่ขาดทุนจากการลงทุนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยศึกษาสิ่งเหล่านี้ บางคนลงทุนตามคนอื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดมาก และเป็นเรื่องยากมากที่จะสร้างกำไรให้เกิดขึ้นได้เพราะเราไม่ได้รู้จักสิ่งที่เราลงทุนแม้แต่นิดเดียวเลย

เงินลงทุน-เงินฉุกเฉิน-เงินใช้จ่ายประจำวัน

สุดท้าย พวกเราควรกระจายเงินของเราออกเป็นหลายส่วน เพื่อกระจายความเสี่ยงด้วย เช่นในพอร์ตการลงทุนที่ดีหนึ่งพอร์ต ควรมีเงินสำหรับลงทุน, ออมไว้ฉุกเฉิน (สินทรัพย์ปลอดภัยอาทิ ทองคำหรือเงินฝาก) และเงินสำหรับใช้จ่าย ซึ่งจะเป็นสัดส่วนเท่าไรขึ้นอยู่ที่ความเหมาะสมของแต่ละบุคคล และเป้าหมายในการลงทุนของแต่ละคนด้วย

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ก็อย่าลืมเช็คลิสต์ตัวเองให้เรียบร้อยก่อนตัดสินใจนำเงินไปลงทุน และอย่าลืมแบ่งเงินออกเป็น 3 กองในสัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับตัวเองด้วยหล่ะ

Advertisement