บทความ
‘สายฉีดชำระ’ มาจากไหนทำไมฝรั่งไม่รู้จัก ?
หลายคนที่มีเพื่อนเป็นชาวอเมริกัน หรือชาวยุโรป มักจะเคยพูดถึงกันถึงสุขภัณฑ์ของไทยอย่าง ‘สายฉีดก้น’ ‘สายชำระ’ หรือที่รู้จักกันในภาษาอังกฤษ ว่า ‘bidet shower, bidet spray, bidet sprayer, bum gun, or health faucet’ แล้วแต่จะเรียก
โดย : ปณิดดา เกษมจันทโชติ
ความไม่นิยมใช้ ‘สายฉีดชำระ’ ทำให้ชาวตะวันตกบางคนไม่รู้จัก ไม่เคยเห็น เคยเห็นแต่ไม่รู้ว่าเอาไว้ทำอะไร หรือบางคนก็เคยลองใช้ แต่ไม่ค่อยพิศวาสพวกมันนัก เพราะความเฉอะแฉะ และดูยากกว่าการเช็ดด้วยกระดาษ
ประเทศส่วนใหญ่ในโลกตะวันตกคุ้นเคยกับการใช้ ‘กระดาษทิชชู่’ ในการเช็ดก้นมากกว่าการใช้น้ำ ด้วยสภาพอากาศที่แห้ง และหนาวเย็นตลอดเวลา ทำให้การใช้น้ำล้างก้นไม่สะดวก แถมชวนสะดุ้งทุกครั้ง นอกจากนี้คนส่วนหนึ่งมองว่าการใช้น้ำทำให้เกิดความชื้นเฉอะแฉะในห้องน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุของเชื้อโรคได้ง่ายๆ
สำหรับต้นตอของเจ้า ‘สายฉีดชำระ’ หรือ ‘สายชำระ’ ไม่มีจุดเริ่มต้นที่ถูกบันทึกไว้แน่ชัด มีเพียงการคาดการณ์ว่าน่าจะเริ่มต้นมาวัฒนธรรมแบบมุสลิม แล้วค่อยๆ แพร่หลายออกไปเรื่อยๆ ตามความนิยมของประชากรในประเทศนั้น ๆ
สำหรับสายชำระในประเทศไทย พบข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก Hang Sanitary Products ระบุว่าในปี 2515-2520 เริ่มมีการผลิตฉีดชำระสู่ตลาดสุขภัณฑ์ในประเทศไทย จากการออกแบบของแบรนด์ Hang ซึ่งหากอนุมานจากข้อมูลนี้ ก็การกล่าวได้ว่า สายชำระ เป็นอุปกรณ์ที่คู่ธุระหนักของคนไทยมาแล้วเกือบ 50 ปี

สายชำระนิยมใช้ในแถบประเทศเมืองร้อน
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่นิยมใช้ สายชำระ แต่ไม่มีแค่ประเทศไทยเท่านั้น ส่วนใหญ่นิยมใช้กันในเอเชีย ทั้งแถบตะวันออกกลาง อินเดีย ศรีลังกา สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ กัมพูชา จีน ฯลฯ
ข้อดีของสายชำระ คือประหยัดกว่าการใช้กระดาษ ลดปริมาณขยะที่อาจก่อให้เกิดเชื้อโรคก่อนจะถึงกระบวนการกำจัด อย่างไรก็ตาม ข้อกังวลของการใช้สายชำระ คือเรื่องความสะอาด แม้จะช่วยให้ก้นสะอาดจากสิ่งปฏิกูลทั้งหลาย แต่อาจเป็นแหล่งเพาะเชื้อชั้นยอด หากไม่มีการดูแลรักษาที่ดี เพราะสายชำระใกล้ชิดกับสิ่งสกปรก และมีความชื้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นที่ที่เชื้อโรคชอบใจเอามากๆ
ตะวันตกไม่ได้เช็ดเป็นอย่างเดียว
ในแถบยุโรปก็มีแค่กระดาษทิชชู่ อย่างอิตาลีเองก็มีวัฒนธรรมการชำระล้างหลังปลดทุกข์ในแบบของตัวเอง ด้วยสุขภัณฑ์ที่เรียกว่า ‘bidet’ (บิ-เด) ซึ่งทำหน้าที่เดียวกับสายชำระบ้านเรา มีหน้าตาละม้ายคล้ายอ่างล้างหน้า แต่จะถูกติดตั้งในระดับที่ต่ำกว่า หรือถัดมาจากชักโครก เป็นสัญลักษณ์ว่าอย่าใช้มันล้างหน้าเป็นอันขาด
สำหรับวิธีการใช้คือ หลังขับถ่ายเสร็จแล้ว จะต้องย้ายร่างของเรามานั่งชำระล้างที่อ่าง bidet ที่อยู่ถัดมา ส่วนจะนั่งหันหน้า หรือหันหลังก็ตามสะดวก

จะเห็นได้ว่ามีหลายปัจจัยที่ทำให้อุปกรณ์ชำระล้างหลังปลดทุกข์ของแต่ละชนชาติต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ วัฒนธรรม ความเชื่อเรื่องสุขอานามัย และข้อจำกัดของการใช้ทรัพยากร
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ประเทศหนาวเหน็บตลอดทั้งปี นิยมอาบน้ำไม่กี่ครั้งต่อสัปดาห์ จะคุ้นเคยกับการใช้สายน้ำล้างก้นทุกๆ ครั้งที่เข้าห้องน้ำเหมือนกับประเทศแถบเอเชียหลายประเทศที่อยู่ในเขตร้อนชื้น เหงื่อไหลไคลย้อย เรียกหาน้ำแข็งกันตลอดทั้งวัน
อย่างไรก็ตามจุดประสงค์เพียงอย่างเดียวของการชำระล้าง คือ ‘ทำความสะอาด’ ดังนั้น จะใช้วิธีไหน ‘ล้างก้น’ ก็ได้ทั้งนั้น เพียงแค่อย่าลืมตรวจสอบว่าอุปกรณ์ที่ใช้มีความเสี่ยงของการติดเชื้อโรคหรือไม่ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของตัวคุณเอง
อ้างอิง : ทรูปลูกปัญญา
