Connect with us

การเมือง

กสทช. แก้ไขข่าวคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ยันรับฟ้องคดี นพ.สรณ แต่ยังไม่ชี้ขาดอำนาจคณะกรรมการสรรหา

Published

on

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. (NBTC)

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ออกเอกสารชี้แจงเพื่อแก้ไขข้อมูลคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับ คำสั่งศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 กรณีคดีพิพาทระหว่าง นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ในฐานะผู้ฟ้องคดี กับคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ในฐานะผู้ถูกฟ้องคดี โดยระบุสาระสำคัญว่าศาลมีคำสั่งเพียงรับคำฟ้องไว้พิจารณา แต่ยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดในเนื้อหาหลักของคดีแต่อย่างใด

จุดเริ่มต้นของคดีดังกล่าวเกิดจาก นพ.สรณ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลว่าคณะกรรมการสรรหา กสทช. ไม่มีอำนาจพิจารณาคุณสมบัติต้องห้ามตามมาตรา 8(2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 เนื่องจากอำนาจการสรรหาได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ขั้นตอนที่นายกรัฐมนตรีนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พร้อมทั้งยื่นคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ซึ่งในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและสั่งจำหน่ายคดี โดยให้เหตุผลว่าผู้ฟ้องคดียังไม่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้

อย่างไรก็ตาม นพ.สรณ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด โดยยืนยันประเด็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่ชี้ขาดให้พ้นจากตำแหน่ง ทั้งที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย กระทั่งวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองกลาง โดยให้รับคำฟ้องไว้พิจารณา รวมถึงมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอมาตรการชั่วคราวก่อนการพิพากษาในลำดับต่อไป

สำนักงาน กสทช. แก้ไขข่าวคำสั่งศาลปกครองสูงสุด คดี นพ.สรณ ชี้แจงศาลเพียงรับฟ้องไว้พิจารณา ยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดอำนาจคณะกรรมการสรรหา พร้อมยึดแนวทางรอคดีถึงที่สุด

สำนักงาน กสทช. ชี้แจงเพิ่มเติมว่า กระบวนการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดในชั้นนี้ ศาลยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยในประเด็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ว่ามีหรือไม่มีอำนาจ ส่วนการระบุถึงเรื่องคุณสมบัติตามมาตรา 8(2) นั้น เป็นเพียงการอ้างถึงมูลเหตุจากคำวินิจฉัยเดิมของคณะกรรมการสรรหา เพื่อประกอบดุลพินิจว่าผู้ฟ้องคดีได้รับผลกระทบทางสิทธิแล้ว จึงสมควรรับคำฟ้องไว้พิจารณาเท่านั้น

ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. ยืนยันการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด สอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือเวียนย้ำแนวปฏิบัติเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่าในระหว่างที่คดีหรือข้อโต้แย้งทางกฎหมายยังไม่ถึงที่สุด ไม่ควรดำเนินมาตรการใดอันส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของบุคคลดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมอย่างรอบคอบ

Advertisement
Continue Reading
Advertisement