การเมือง
ผลสอบข้อมูลทะเบียนรถรั่วพบเกิดจากรหัสผ่านหลุด เร่งยกระดับยืนยันตัวตนหลายชั้นใน 30 วัน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ผลการตรวจสอบกรณีข้อมูลทะเบียนรถและข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนรั่วไหลบนสื่อสังคมออนไลน์ พบว่าไม่ได้เกิดจากการเจาะระบบหรือดึงฐานข้อมูลออกไปทั้งระบบ แต่เกิดจากการนำชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่รั่วไหลอยู่ก่อนแล้วมาใช้เข้าสู่ระบบ รัฐบาลจึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งยกระดับความปลอดภัยด้วยระบบยืนยันตัวตนหลายชั้นภายใน 30 วัน

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ประชุมร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA) หรือ สกมช. หน่วยงานสืบสวนสอบสวน และหน่วยงานเจ้าของฐานข้อมูล เพื่อรับฟังรายงานความคืบหน้าและกำหนดมาตรการป้องกันเหตุเกิดซ้ำ
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นระบุว่า ผู้ก่อเหตุใช้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่รั่วไหลเข้าสู่ระบบตามสิทธิการใช้งานปกติ เพื่อสืบค้นข้อมูลเป็นรายกรณี ปัจจุบันพบผู้ถูกสืบค้นข้อมูลประมาณ 800 ราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้จากบันทึกข้อมูลการใช้งานในระบบ (Audit Log)

จากกรณีดังกล่าว นายภราดรได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยกำหนดให้ระบบจัดเก็บข้อมูลประชาชนทั้งหมด ทั้งระบบเดิมและระบบที่จะพัฒนาใหม่ ต้องปฏิบัติตามมาตรการการยืนยันตัวตนแบบหลายชั้น (Multi-Factor Authentication หรือ MFA) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายใน 30 วัน
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้จัดทำระบบติดตามการใช้งาน และเร่งรัดหน่วยงานที่ได้รับการแจ้งเตือนเรื่องบัญชีผู้ใช้หรือรหัสผ่านรั่วไหลให้ดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว ขณะเดียวกันรัฐบาลได้ขอความร่วมมือประชาชนให้หลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านซ้ำกันในหลายบริการ และเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้นเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานดิจิทัล
