ข่าว
สกลกรย์ สระกวี อดีตกรรมการ บิทคับ ชี้แจงกรณี ก.ล.ต. กล่าวโทษ ยอมรับปกปิดข่าวถูกแฮกปี 2564 เพื่อป้องกัน Bank Run
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สกลกรย์ สระกวี อดีตกรรมการ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub Online Co., Ltd.) โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ บิทคับ ออนไลน์ พร้อมอดีตกรรมการอีก 1 ราย ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในความผิดฐานรายงานข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเหตุการณ์ระบบถูกแฮกสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ากว่า 1,700 ล้านบาท
- ย้อนอ่าน: ก.ล.ต. กล่าวโทษ บิทคับ ออนไลน์ พร้อม 2 อดีตกรรมการ ต่อ บก.ปอศ. กรณีรายงานข้อมูลเท็จเหตุถูกแฮก 1,700 ล้านบาท
- ย้อนอ่าน: บิทคับชี้แจงกรณี ก.ล.ต. กล่าวโทษ ยันทรัพย์สินลูกค้าปลอดภัย ปมปิดข่าวถูกแฮ็กปี 64 หวั่นเกิด Bank Run
นายสกลกรย์ ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ซึ่งศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล Bitkub ถูกแฮกจริง แต่ผู้ร่วมก่อตั้งได้นำเงินส่วนตัวไปจัดหาเหรียญมาทดแทนให้แก่ลูกค้าครบถ้วนทั้งหมดในปีดังกล่าว จึงไม่มีลูกค้ารายใดได้รับความเสียหายทางด้านการเงิน อย่างไรก็ตาม ตนเองยอมรับความผิดในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจ ณ ขณะนั้น ที่เป็นผู้ลงนามและแก้ไขรายงาน ดจ.1 หรือเอกสาร ACR เพื่อปกปิดเหตุการณ์ต่อสาธารณชนและหน่วยงานกำกับดูแล
สำหรับเหตุผลในการตัดสินใจปกปิดข้อมูล นายสกลกรย์ อธิบายว่า หากเปิดเผยข้อมูลเหตุการณ์แฮกในขณะนั้น อาจส่งผลให้ผู้ใช้บริการเกิดความตื่นตระหนกและแห่ถอนสินทรัพย์ทันที หรือเกิดปรากฏการณ์ Bank Run ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งตัวลูกค้า พนักงาน และส่งผลต่อการดำเนินกิจการของ Bitkub Exchange รวมถึงอาจทำให้การพัฒนาวงการสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น การยื้อเวลาในครั้งนั้นจึงเป็นทางเลือกเพื่อป้องกันวิกฤตดังกล่าว
“ผมขอโทษครับที่ปิดบังความจริง ผมขอโทษที่ทำให้ทุกคนผิดหวัง ผมไม่มีทางเลือกจริงๆ ผมคิดว่าผมได้ทำสิ่งที่จำเป็นที่สุด เป็นทางเดียวที่ทำให้ทุกอย่างออกมาดี ผมได้ใช้เงินส่วนตัวเพื่อปกป้องความเสียหาย”
นายสกลกรย์ ยืนยันเพิ่มเติมว่า การแก้ไขเอกสารและการตัดสินใจปกปิดข้อมูลเป็นความคิดและการกระทำของตนเองเพียงผู้เดียว โดยกรรมการรายอื่นและพนักงานไม่มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด พร้อมระบุว่า ตนได้ลาออกจากทุกตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับบริษัท และพร้อมรับผลจากการกระทำและยินดีให้ความร่วมมือกับ ก.ล.ต. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการทางกฎหมาย ตลอดจนการสืบหาตัวผู้กระทำผิดไซเบอร์มาลงโทษตามกฎหมายต่อไป
