ข่าวบันเทิง
“เอิ๊ร์ธ กษิดิ์เดช” คัมแบ็กในรอบ 3 ปี ส่งซิงเกิลใหม่ “ความคิดถึงสู้กลับ” ดึงมือกีตาร์วง Pancake ร่วมโปรดิวซ์เพลงแนวป็อปร็อกยุค 2000s
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เอิ๊ร์ธ-กษิดิ์เดช หงส์ลดารมภ์ (Earth Kasidet) ศิลปินหนุ่มนักแต่งเพลง ประกาศปล่อยซิงเกิลล่าสุดในชื่อ “ความคิดถึงสู้กลับ” หลังจากห่างหายจากวงการเพลงไปนานกว่า 3 ปี โดยผลงานชิ้นนี้เป็นการกลับมาทำเพลงในแนว Pop Rock ยุค 2000s ซึ่งเป็นสไตล์ดนตรีที่เจ้าตัวชื่นชอบและเติบโตมาตั้งแต่เด็ก พร้อมคว้าตัวโปรดิวเซอร์คู่ใจมาร่วมสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อสะท้อนตัวตนในฐานะนักร้องและนักแต่งเพลงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในศิลปินของโปรเจกต์ #LYmainsupporter ภายใต้สังกัดค่ายเพลง Light Yeah Music ที่จะเข้ามาดูแลในส่วนของการประชาสัมพันธ์ทั้งหมด
สำหรับเส้นทางสายดนตรีของ เอิ๊ร์ธ กษิดิ์เดช นั้น เจ้าตัวมีความผูกพันกับเสียงเพลงมาตั้งแต่เด็ก โดยผ่านการเรียนขับร้องจากสถาบันดนตรีชื่อดังอย่าง มีฟ้า (Mifa Music School) และ เคพีเอ็น (KPN Music Academy) ตั้งแต่ช่วงมัธยมศึกษาตอนต้น รวมถึงเคยเป็นนักร้องประจำโรงเรียนประภามนตรี 2 และทำวงดนตรีเข้าร่วมประกวดจนคว้ารางวัลชนะเลิศมาแล้ว แม้ว่าดนตรีจะไม่มีทักษะด้านการเล่นเครื่องดนตรี แต่เอิ๊ร์ธใช้วิธีการแต่งเพลงด้วยการฮัมทำนองขึ้นมาก่อน แล้วจึงแต่งเนื้อร้องใส่เข้าไป จนมีผลงานเพลงที่แต่งเองมากมาย อาทิ กลับมารักตัวเอง, คนไม่มีความหมาย, ไหนบอกว่ารัก, โฉมงามกับเจ้าชายอสูร, ไม่อยากจะคิดเลย, ขอบคุณความรัก, คนน่ารำคาญ, ช่วยปล่อยให้ฉันเสียใจ และมีผลงานมินิอัลบั้ม EP Album ในชื่อ Songs About Her สไตล์ Variety Pop จำนวน 5 เพลง
แนวคิดของเพลง “ความคิดถึงสู้กลับ” เกิดขึ้นหลังจากที่ศิลปินหนุ่มได้ทบทวนตัวเองเกี่ยวกับแนวทางดนตรีที่ต้องการนำเสนอ จนตกตะกอนเป็นงานเพลงป็อปร็อกยุค 2000s ส่วนเนื้อหาเป็นการวิเคราะห์จากนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนจดจำเรื่องราวในอดีตฝังใจ ประกอบกับกระแสคำฮิตบนโลกโซเชียลมีเดียอย่างคำว่า “ชีวิตสู้กลับ” จึงนำมาดัดแปลงเป็นชื่อเพลง เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่พยายามจะลืมความรักในอดีต แต่สุดท้ายความทรงจำและความคิดถึงยังคงต่อสู้กลับมาจนทำให้หัวใจต้องพ่ายแพ้เสมอ
ในกระบวนการทำงานเพลงนี้ เอิ๊ร์ธ กษิดิ์เดช เริ่มต้นจากการแต่งท่อนฮุคด้วยการฮัมทำนองและอัดเสียงร้องปากเปล่า ก่อนจะส่งต่อให้กับ พีท มือกีตาร์วง Pancake วงป็อปร็อกชื่อดังแห่งยุค 2000s มารับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ (Music Producer) เรียบเรียงดนตรีให้ตรงตามโจทย์ที่วางไว้ ในส่วนของเสียงประสานได้ ไทเกอร์ รุ่นน้องจากโรงเรียนประภามนตรี 2 มาร่วมร้อง โดยบันทึกเสียงที่ Life Beat Studio และได้ พงศ์-พงศธร มารับหน้าที่เป็น Vocal Editor นอกจากนี้ยังได้ ปุ้ย-สุภวัฒฐ์ มาดูแลขั้นตอน Mixed & Mastered ผ่านการประสานงานของ ตูน Neo Risen จนเสร็จสมบูรณ์
ด้านงานภาพและวิดีโอถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบ Lyric Video ที่เน้นลายเส้นเนื้อเพลงเพื่อชูภาพลักษณ์การเป็นนักแต่งเพลง โดยได้ โซนี่ แอดมินเพจ SNFX ผู้เคยฝากผลงานศิลปะในซีรีส์และภาพยนตร์ทาง Netflix มาร่วมงานอีกครั้งในรอบ 3 ปี เพื่อสร้างสรรค์งานภาพและวิดีโอในรูปแบบศิลปะเชิงสัญลักษณ์ (Symbolic Art) ที่มีการซ่อนความหมายเชิงนามธรรมอย่างลงตัว
