Connect with us

ข่าวบันเทิง

TOP FACE ส่งผลงานในรอบ 4 ปี ปล่อยซิงเกิลใหม่ #justdohavesmilekid เพลงให้กำลังใจในจังหวะ Pop Punk

Published

on

TOP FACE วงร็อคจากค่าย Light Yeah Music ปล่อยซิงเกิลล่าสุด #justdohavesmilekid เพลง Pop Punk ให้กำลังใจ พร้อม MV ฝีมือนักศึกษาและอินฟลูเอนเซอร์ดัง

สำนักข่าวบริคอินโฟ – วงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อค TOP FACE ภายใต้สังกัด Light Yeah Music และหนึ่งในวงจากโปรเจกต์ #LYmainsupporter กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งด้วยการปล่อยซิงเกิลล่าสุด #justdohavesmilekid (แฮชแท็ก จัสดูแฮฟสมายคิด) เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา โดยการกลับมาครั้งนี้ถือเป็นผลงานลำดับที่ 3 ในรอบ 8 ปี จนเกิดกระแสแซวว่าเป็นวงดนตรีที่จะปล่อยผลงานใหม่ในทุกๆ 4 ปี ต่อจากซิงเกิลแรกในปี 2017 และซิงเกิลที่สองในปี 2021

สำหรับวง TOP FACE เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มนักดนตรีที่ชื่นชอบในแนวทางอัลเทอร์เนทีฟ ร็อค พั้งค์ และเมทัล ปัจจุบันมีสมาชิกประกอบด้วย บอล พีระพงษ์ บุบผาพวง (ร้องนำ), บ๊อบ ธนเดช จองบุญวัฒนา (โซโล่กีตาร์), ไมค์ บารมี ตรีวิเชียร (กลอง), กู่ เมธี ตรีวิเชียร (เบส) และ โอ๊ต วสันต์ ลือลาภ (ริทึ่มกีตาร์) เส้นทางของวงเริ่มต้นจากการรวมตัวกันคัฟเวอร์เพลงของ บอล, ไมค์ และกู่ ก่อนที่บ๊อบจะเข้ามาร่วมทีม อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกกู่ประสบอุบัติเหตุทำให้บอลต้องรับหน้าที่มือเบสแทนชั่วคราว และปล่อยเพลงแรก “น้ำตารอระบาย” (2017) ตามด้วย “ขอสักทาง” (2021) กระทั่งกู่หายจากอาการบาดเจ็บและได้โอ๊ตเข้ามาร่วมวง ทำให้ไลน์อัพของวงมีความสมบูรณ์พร้อมสำหรับการทำงานในซิงเกิลล่าสุดนี้

ในส่วนของเพลง #justdohavesmilekid มีที่มาจากไอเดียของ “บอล” นักร้องนำ ที่มักใช้แฮชแท็กนี้ในโพสต์ส่วนตัว โดยมีความหมายสื่อถึงการบอกให้ยิ้มเข้าไว้ เนื้อหาของเพลงมุ่งเน้นการให้กำลังใจคนที่กำลังเผชิญกับความเครียด อาการซึมเศร้า หรือเรื่องไม่สบายใจ ให้กลับมายิ้มได้อีกครั้ง นำเสนอผ่านดนตรีแนว Pop Punk ที่ผสมผสานความหนักแน่นแบบร็อคในช่วงโซโล่ โดยสมาชิกวง TOP FACE ได้บันทึกเสียงเครื่องดนตรีทุกชิ้นด้วยตนเอง พร้อมทั้งได้ ยิว ปวิช แดงวิมล เข้ามาดูแลในส่วนของการบันทึกเสียงร้อง รวมถึงขั้นตอนการมิกซ์และมาสเตอร์เพลง

ทางด้านมิวสิควิดีโอ เพลงนี้ได้รับทุนสนับสนุนด้านโปรดักชั่นจากค่าย Light Yeah Music โดยได้ทีมงาน Breakdown Production ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต (Rangsit University) มาดูแลการผลิต ถ่ายทอดเรื่องราวในวันปัจฉิมนิเทศ ผ่านการแสดงของ “ใบบัวบูบู” อินฟลูเอนเซอร์สายศิลปะและแฟชั่น นอกจากนี้ ยังมีฉากพิเศษช่วงท้ายเครดิตแบบ Long take ที่ได้ กมล มาเที่ยง ศิลปินผู้เคยเข้าชิงรางวัลสีสันอวอร์ดส์มาร่วมแสดงในฉากดังกล่าวด้วย

Advertisement