ข่าว
อนุทิน เตรียมตั้ง เอกนิติ คุมพลังงานแทน พิพัฒน์ สั่งคุมเข้มการส่งออกน้ำมันหวังลดราคาให้คนไทย
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับเปลี่ยนผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน โดยเตรียมแต่งตั้ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เข้ามาดูแลกระทรวงพลังงาน และทำหน้าที่ประธานศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แทน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน พร้อมประกาศนโยบายคุมเข้มน้ำมันที่กลั่นในประเทศต้องให้คนไทยได้ใช้เป็นลำดับแรก โดยเตรียมประสานส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปไปยัง สปป.ลาว โดยตรงเพื่อป้องกันการรั่วไหล
นายอนุทิน ชาญวีรกูล (Anutin Charnvirakul) ได้ชี้แจงถึงกรณีที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (Phiphat Ratchakitprakarn) รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุถึงการไม่ประสงค์จะกำกับดูแลกระทรวงพลังงาน โดยอธิบายว่าการจัดตั้ง ศบก. ชุดใหม่จะเกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลให้เหมาะสม นายอนุทินยอมรับว่าการให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (Ekniti Nitithanprapas) เข้ามาดูแลแทนนั้น เป็นไปเพื่อให้เกิดความสบายใจแก่ทุกฝ่าย ทั้งในส่วนของตัวรัฐมนตรีเองและภาคประชาชน หลังจากมีการรับฟังเสียงสะท้อนจากนักวิชาการและสังคมเกี่ยวกับประเด็นความเหมาะสม
นอกจากการปรับโครงสร้างผู้ดูแล นายอนุทินยังได้เชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมธุรกิจพลังงาน (Department of Energy Business) กรมเจ้าท่า (Marine Department) และพลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์ เสนาธิการทหารเรือ เข้าหารือที่พรรคภูมิใจไทย (Bhumjaithai Party) เพื่อวางมาตรการป้องกันการลักลอบขนนน้ำมัน โดยเน้นย้ำว่าน้ำมันทุกหยดที่ผ่านกระบวนการกลั่นภายในประเทศไทยจะต้องจัดสรรไว้ให้คนไทยได้ใช้งานอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันในประเทศมีระดับต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน
ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำมันส่งออกไปยัง สปป.ลาว นายอนุทินระบุว่าจะใช้วิธีการจัดหาน้ำมันสำเร็จรูปเพื่อส่งตรงไปยังประเทศปลายทางแทน เพื่อลดผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศ โดยกล่าวว่า “เราจะต้องให้คนไทยได้ใช้จริงๆ ในภาวะที่น้ำมันของไทยราคาต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน” ซึ่งมาตรการนี้ได้รับความร่วมมือจาก ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ตำรวจ และกรมการปกครอง ในการตรวจสอบและควบคุมอย่างเข้มงวด
สำหรับประเด็นความขัดแย้งเรื่องบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเล (MOU 2544) นายอนุทินได้ให้ความเห็นสั้นๆ ต่อประเด็นดังกล่าวว่าในมุมมองของตนเองนั้นเรื่องนี้ได้ข้อยุติแล้ว โดยยืนยันคำเดิมว่าความต้องการส่วนตัวคือการยกเลิกบันทึกความเข้าใจดังกล่าว เพื่อตัดปัญหาความยืดเยื้อที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
