Connect with us

ข่าว

กกพ. ติดตามเหตุสายพานลำเลียงแม่เมาะพัง เร่งปรับแผนผลิตไฟฟ้ารับมือราคา LNG ผันผวน

Published

on

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, Energy Regulatory Commission, ERC, กกพ.

สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. (ERC) เกาะติดสถานการณ์เหตุสายพานลำเลียงดินถล่มที่ เหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ส่งผลกระทบต่อการลำเลียงถ่านหินลิกไนต์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า พร้อมสั่งการให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เร่งซ่อมแซมระบบให้กลับมาใช้งานตามปกติภายในพฤศจิกายน 2569 นี้ ขณะเดียวกันได้กำชับให้บริหารจัดการต้นทุนพลังงานโดยเพิ่มสัดส่วนการใช้ถ่านหินที่มีต้นทุนต่ำ เพื่อลดผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชนในช่วงที่ราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกมีความผันผวนสูง

ดร. พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยผลการประชุม กกพ. ครั้งที่ 11/2569 โดยระบุว่าที่ประชุมได้ติดตามการบริหารจัดการ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีเหตุดินสไลด์ในพื้นที่ทิ้งและเก็บมูลดินทรายของเหมืองแม่เมาะที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ระบบสายพานลำเลียงดินได้รับความเสียหาย ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ กระทบต่อการเปิดหน้าดินและการลำเลียง ถ่านหินลิกไนต์ (Lignite) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของภาคเหนือ

ปัจจุบัน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ EGAT ได้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการใช้ถ่านหินลิกไนต์จากแหล่งสำรอง (Stock) ร่วมกับการขนส่งด้วยรถบรรทุก พร้อมปรับแผนการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าให้สอดคล้องกับปริมาณเชื้อเพลิงที่มีอยู่ เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า โดยคาดการณ์ว่าระบบสายพานจะกลับมาใช้งานได้บางส่วนในเดือนกรกฎาคม 2569 และจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้ทั้งหมดภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ซึ่งทาง กกพ. ได้กำชับให้เร่งดำเนินการซ่อมบำรุงให้เสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้

นอกจากประเด็นด้านเทคนิคแล้ว กกพ. ยังให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนเพื่อควบคุม ค่าไฟฟ้า โดยระบุว่าหากราคา ก๊าซธรรมชาติ (LNG) ปรับตัวสูงขึ้นจาก 12 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู เป็น 25 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู จะส่งผลให้ ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) เพิ่มขึ้นถึง 0.58 บาทต่อหน่วย ดังนั้นการคงสัดส่วนการผลิตจากโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งมีต้นทุนคงที่ประมาณ 0.70 บาทต่อหน่วย จึงเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานในประเทศ

Advertisement

“กกพ. ให้ความสำคัญทั้งความมั่นคงระบบไฟฟ้าและค่าไฟฟ้าของประชาชน โดยได้กำกับดูแลและเน้นย้ำให้มีการปรับแผนการผลิตไฟฟ้าให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อบริหารต้นทุนพลังงานในภาพรวม กกพ. จะกำกับดูแลอย่างเต็มที่ ทั้งด้านความมั่นคงพลังงานและการดูแลค่าไฟฟ้า เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีเสถียรภาพและค่าไฟอยู่ในระดับที่เหมาะสม” ดร. พูลพัฒน์ กล่าวเน้นย้ำถึงแนวทางการดำเนินงาน

สำหรับการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินนั้น ยืนยันว่าดำเนินการภายใต้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด มีระบบควบคุมมลพิษทางอากาศมาตรฐานสากล เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน ต้นทุนค่าครองชีพของประชาชน และการดูแลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป

Continue Reading
Advertisement