Connect with us

ข่าว

ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ เผยเทรนด์ “บ้านประหยัดพลังงาน” มาแรง รับมือยุคโลกเดือด พบผู้บริโภคเกือบครึ่งยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อที่อยู่อาศัยรักษ์โลก

Published

on

ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ เผยอินไซต์คนหาบ้านยุคโลกเดือด สนใจบ้านประหยัดพลังงานและโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้น พร้อมแนะ 6 แนวทางปรับบ้านรักษ์โลก และสิทธิลดหย่อนภาษีติดตั้ง Solar Rooftop

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ทวีความรุนแรงจนเข้าสู่ “ยุคโลกเดือด” ส่งผลให้พฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของคนไทยเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลจาก ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) ระบุว่าความเสี่ยงด้านสภาพอากาศของประเทศไทยขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 17 ของโลกในปี 2567 ขณะที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน ปัจจัยเหล่านี้กระตุ้นให้ผู้บริโภคกว่า 46% ยินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อ บ้านประหยัดพลังงาน หรือคอนโดมิเนียมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและช่วยลดผลกระทบต่อโลกในระยะยาว

สถิติจากแบบสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคต่อตลาดที่อยู่อาศัย DDproperty Thailand Consumer Sentiment Study พบว่าเกือบ 9 ใน 10 หรือประมาณ 88% ของผู้ตอบแบบสอบถามต้องการที่อยู่อาศัยที่มีคุณสมบัติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เช่น นวัตกรรมบ้านเย็น หรือบ้านปลอดฝุ่น โดยประเด็นความยั่งยืนที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือการสร้างพื้นที่สีเขียวในบ้าน (70%) รองลงมาคือไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การรีไซเคิล (65%) และการออกแบบที่รองรับเทคโนโลยีอนาคตอย่าง สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) และ หลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) (58%)

สำหรับการปรับตัวสู่การเป็น บ้านประหยัดพลังงาน นั้น ข้อมูลระบุว่าสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่โครงสร้างอาคาร โดยการเลือกใช้วัสดุกันความร้อน เช่น อิฐมวลเบา และกระจก Low-E ที่ช่วยสะท้อนความร้อน รวมถึงการจัดวางทิศทางบ้านให้สอดคล้องกับลมและแสงธรรมชาติ เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มี ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 และเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการบริหารจัดการค่าไฟฟ้าคือการเปลี่ยนมาใช้ มิเตอร์ TOU (Time of Use Tariff) ซึ่งคำนวณอัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาการใช้งาน โดยจะคิดค่าไฟถูกลงในช่วง Off Peak (22.00 – 09.00 น. ของวันธรรมดา และตลอดทั้งวันในวันหยุด) เหมาะสำหรับกลุ่มคนทำงานประจำที่ใช้ไฟฟ้ามากในช่วงกลางคืน หรือผู้ที่ต้องการ ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ประจำบ้าน ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องลดปริมาณการใช้พลังงานลง

Advertisement

ในส่วนของพลังงานสะอาด การติดตั้ง โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ที่อนุญาตให้นำค่าใช้จ่ายในการติดตั้งไม่เกิน 200,000 บาท มาใช้สิทธิ ลดหย่อนภาษี ได้จนถึงสิ้นปี 2571 ประกอบกับสถาบันการเงินที่เริ่มออกผลิตภัณฑ์ สินเชื่อบ้านสีเขียว (Green Loan) เพื่อสนับสนุนการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยก้าวเข้าสู่เป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

Continue Reading
Advertisement