การเมือง
โฆษกรัฐบาลโต้ข่าวแทรกแซงสื่อ ยันไม่มีคำสั่งจับตา ชี้กรณีรายการ “เจาะลึกทั่วไทย” หลุดผัง ช่อง 9 ไม่เกี่ยวรัฐ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกโรงชี้แจงกรณีที่มีกระแสข่าวรัฐบาลเฝ้าระวังสื่อมวลชน ยืนยันไม่มีนโยบายปิดกั้นหรือสั่งแทรกแซงการทำงานของสื่อ พร้อมระบุการยุติออกอากาศของรายการเจาะลึกทั่วไทยทางช่อง 9 อ.ส.ม.ท. (MCOT) ไม่เกี่ยวข้องกับการกดดันจากอำนาจรัฐ ย้ำรัฐบาลเคารพในเสรีภาพและเปิดกว้างรับฟังเสียงวิจารณ์จากทุกภาคส่วน
จากกรณีที่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับการคุกคาม เสรีภาพสื่อ โดยมีการอ้างว่ารัฐบาลได้มอนิเตอร์และเฝ้าระวังสื่อมวลชนบางสำนักเป็นพิเศษนั้น น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง รัฐบาลไม่มีนโยบายปิดกั้นและไม่มีการดำเนินการใดที่กดดันการทำหน้าที่ของสื่อ โดยรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันหลักการชัดเจนว่าเสรีภาพของสื่อมวลชนคือกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย “รัฐบาลไม่มีการ แทรกแซงสื่อ ไม่มีการสั่งจับตา ไม่มีการเฝ้าระวังสำนักข่าวใดเป็นพิเศษ และไม่มีการใช้อำนาจรัฐไปกดดันการทำหน้าที่ของสื่อ” น.ส.รัชดา กล่าว
สำหรับประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกรณีของรายการเจาะลึกทั่วไทย ซึ่งได้ประกาศยุติการออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อ.ส.ม.ท. หรือ MCOT โฆษกรัฐบาลระบุว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการสั่งการหรือการแทรกแซงจากรัฐบาลแต่อย่างใด สื่อมวลชนและผู้ดำเนินรายการยังคงสามารถตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ และนำเสนอข้อมูลได้อย่างเป็นอิสระ ภายใต้ความรับผิดชอบต่อสังคมและข้อเท็จจริง ซึ่งหากรัฐบาลมีนโยบายปิดกั้นจริง ภาพการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลย่อมไม่ปรากฏอยู่ในพื้นที่สาธารณะอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
นอกจากนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้อธิบายถึงการทำงานของภาครัฐว่า การติดตามหรือ มอนิเตอร์ข่าว ถือเป็นภารกิจปกติของทุกหน่วยงาน เพื่อให้รัฐบาลสามารถรับรู้ปัญหา ข้อร้องเรียน และข้อวิจารณ์จากประชาชน รวมถึงใช้ในการจัดการกับข่าวปลอมและข้อมูลคลาดเคลื่อน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้สังคมได้รับทราบอย่างทันท่วงที ไม่ใช่การจำกัดสิทธิหรือคุกคามสื่อมวลชน ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งหวังให้การเมืองไทยเดินหน้าอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่มองผู้ตรวจสอบเป็นคู่ขัดแย้ง และเปิดพื้นที่ให้มีการตรวจสอบการทำงานอย่างต่อเนื่อง
