ข่าว
แคนนอน เดินหน้ายกระดับงานพิมพ์ไทย เปิดตัว imageFORCE Series ชูจุดเด่นด้าน AI และการผลิตในประเทศ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ Canon เดินเกมรุกตลาดเครื่องพิมพ์ในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันรุ่นใหม่ 4 รุ่น ภายใต้ตระกูล imageFORCE Series ที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการผลิตในประเทศ ณ โรงงานแคนนอน จังหวัดปราจีนบุรี โดยซีรีส์ใหม่นี้มุ่งเน้น 4 แกนหลัก ได้แก่ ความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย การเชื่อมต่อที่หลากหลาย และความยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์การทำงานในรูปแบบไฮบริดขององค์กรในปัจจุบัน
Canon ตั้งเป้าที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์จากผู้จำหน่ายเครื่องถ่ายเอกสาร ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันที่ครบวงจรสำหรับธุรกิจยุคดิจิทัล โดย นายฮิโรชิ โยโกตะ ประธานบริษัทและประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการพิมพ์อย่างแท้จริง ซึ่งไม่เพียงแค่ฟีเจอร์ใช้งานที่ทันสมัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโซลูชันการพิมพ์ที่ครบวงจรเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจในยุค AI ได้อย่างครบครัน” เขายังกล่าวเสริมว่าในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความน่าเชื่อถือ ความมั่นคงปลอดภัย และการเชื่อมต่อออนไลน์ ได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญ Canon จึงได้พัฒนา imageFORCE Series ขึ้นมาเพื่อช่วยสนับสนุนงานพิมพ์ได้อย่างชาญฉลาด และได้ผสานแนวคิดความยั่งยืนเข้ากับการออกแบบผลิตภัณฑ์
ขณะเดียวกัน นายมาโกโตะ นากามูระ ประธานบริษัท แคนนอน ปราจีนบุรี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า การเปิดตัวเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่นี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีระดับโลก โดยโรงงาน Canon ในจังหวัดปราจีนบุรีใช้ระบบอัตโนมัติที่ทันสมัย และใช้วัสดุรีไซเคิลกว่า 30% ในกระบวนการผลิต ซึ่งปัจจุบันโรงงานแห่งนี้ผลิตเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันในกลุ่ม imageRUNNER และ imageRUNNER Advance DX จำนวน 20 รุ่น และจะเริ่มผลิตเครื่องพิมพ์ imageFORCE Series เพิ่มเติมอีก 9 รุ่นภายในปี 2568
เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน imageFORCE Series ใหม่นี้ประกอบด้วย 4 รุ่นหลัก ได้แก่ imageFORCE C5100 (เครื่องพิมพ์ A3 สี), imageFORCE 6100 (เครื่องพิมพ์ A3 ขาวดำ), imageFORCE C7165 (รุ่นเรือธง) และ imageFORCE C3150 (เครื่องพิมพ์สีขนาดกะทัดรัด) ซึ่งมีกำหนดวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่มาพร้อมเทคโนโลยี D² Exposure ที่ใช้จอ OLED ในการสร้างงานพิมพ์คุณภาพสูง ความละเอียด 4,800 x 2,400 dpi และเทคโนโลยี E² Analysis ซึ่งเป็นระบบการวิเคราะห์ข้อมูลและอัลกอริทึมด้วย AI ที่ช่วยตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการพิมพ์ล่วงหน้าได้จากระยะไกล
นายพงศพร กรอบสนิท ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ส่วนงานบิสซิเนส อิมเมจจิ้ง โซลูชัน บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มการทำงานยุคใหม่ ทำให้องค์กรให้ความสำคัญกับการร่วมมือในสำนักงาน ความปลอดภัยของข้อมูล ความยั่งยืน และการนำ AI มาใช้มากขึ้น จากรายงานของ Quocirca พบว่า 69% ของลูกค้าคาดหวังให้ซัพพลายเออร์มีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่องค์กรทั่วโลกมีแผนจะลงทุนในเทคโนโลยี AI และ Machine Learning เพิ่มขึ้น สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าองค์กรในปัจจุบันต้องการเทคโนโลยีที่ทั้งชาญฉลาดและยั่งยืน
ทั้งนี้ Canon ยังคงครองอันดับ 1 ในตลาดเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันแบบเลเซอร์ทั้งขนาด A3 และ A4 ในภูมิภาคเอเชียติดต่อกันเป็นปีที่ 7 และยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มเครื่องถ่ายเอกสารขาวดำได้ถึง 28% และเครื่องถ่ายเอกสารสีมากกว่า 20% โดย นายพงศพร คาดการณ์ว่าตลาดเครื่องถ่ายเอกสารสีจะมียอดจำหน่ายสูงถึง 25,000 เครื่องในปี 2568 และเน้นย้ำว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่กว่า 60% ยังมองว่าการพิมพ์เป็นสิ่งจำเป็นในการสื่อสารกับลูกค้า และ 57% เชื่อว่าข้อมูลสำคัญควรนำเสนอในรูปแบบสิ่งพิมพ์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังคงมีความต้องการอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย และตอบโจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อมได้อย่างครบครัน
