Connect with us

บทความ

พลิกโฉมอนาคตดิจิทัลไทย: บทบาทของ AI และ Cloud ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

Published

on

Alibaba Cloud, อาลีบาบา คลาวด์

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว โดยมี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ การเติบโตอย่างรวดเร็วของความต้องการเทคโนโลยีเหล่านี้จากทั้งภาครัฐและเอกชน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาค ด้วยเป้าหมายในการพัฒนาบุคลากรด้าน AI และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อรองรับการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมหลักต่างๆ

นายฌอน หยวน รองประธานฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศและผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และภูมิภาคแปซิฟิกใต้ อาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ (Alibaba Cloud Intelligence) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากแรงหนุนของภาครัฐและเอกชน ที่ต้องการ คลาวด์ (Cloud) และ AI ประสิทธิภาพสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้า และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งทำให้เทคโนโลยีทั้งสองกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

รัฐบาลไทยได้กำหนด ยุทธศาสตร์ AI สามประการเพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาค ได้แก่ การพัฒนาบุคลากรด้าน AI การสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ และการเร่งนำ AI ไปใช้งานในอุตสาหกรรมหลัก โดยมีเป้าหมายฝึกอบรมผู้ใช้งาน AI จำนวน 10 ล้านราย, ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จำนวน 90,000 ราย และนักพัฒนา AI จำนวน 50,000 ราย ภายในสองปี พร้อมลงทุนในระบบ คลาวด์ (Cloud), ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และแพลตฟอร์ม โอเพนซอร์ส AI (Open-source AI) เพื่อรองรับโซลูชันที่ปรับขนาดได้และคุ้มค่าการลงทุน

ผลการศึกษาของภาครัฐชี้ว่า ปัจจุบันมีองค์กรไทยนำ AI มาใช้ไม่ถึง 20% แต่กว่า 70% มีแผนที่จะนำมาใช้ในอนาคต ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่สูง สอดคล้องกับการเติบโตของตลาด พับลิคคลาวด์ (Public Cloud) ในประเทศไทยที่คาดว่าจะเติบโต 23.68% CAGR ระหว่างปี พ.ศ. 2568-2573 และมีมูลค่าสูงถึง 8.51 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี พ.ศ. 2573 โดย Infrastructure as a Service (IaaS) จะเป็นโซลูชันหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตนี้

Advertisement

อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างรากฐานรองรับการเติบโตนี้ ด้วยการเปิด ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) แห่งที่สองในประเทศไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านดิจิทัลของประเทศ โครงสร้างพื้นฐานนี้จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถใช้ AI, วิเคราะห์บิ๊กดาต้า (Big Data Analytics) และแอปพลิเคชันเฉพาะอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาในการตอบสนอง การปฏิบัติตามกฎระเบียบ หรือความสามารถในการปรับขนาดการใช้งาน

นอกเหนือจากโครงสร้างพื้นฐาน อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ยังได้ร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อพัฒนาบุคลากรผ่านโปรแกรมการฝึกอบรม, การแข่งขันด้าน AI และแพลตฟอร์ม อี-เลิร์นนิง (E-learning) หนึ่งในโครงการที่โดดเด่นคือ “Eye for Thailand” ซึ่งเป็นการจัดการประกวดวิดีโอที่ใช้ AI สร้างสรรค์รายการแรกของ อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) โดยให้ผู้เข้าร่วมใช้โมเดลสร้างวิดีโอ Wan2.1 ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยเข้ากับนวัตกรรม มีผู้สมัครเข้าร่วมกว่า 200 รายจากหลากหลายวงการ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ AI ในการพลิกโฉมการเล่าเรื่องและการมีส่วนร่วมของสาธารณชนกับเทคโนโลยี

อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ยังคงขยายขีดความสามารถในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นศูนย์กลางสำคัญในการใช้ คลาวด์ (Cloud) นอกจาก ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) แห่งใหม่ในประเทศไทยแล้ว บริษัทยังได้ขยายบริการโครงสร้างพื้นฐานในเม็กซิโก เกาหลีใต้ และมาเลเซีย และจะขยายไปยังฟิลิปปินส์ในเดือนตุลาคม ทำให้ปัจจุบันเครือข่ายทั่วโลกครอบคลุม availability zones 15 แห่งใน 29 ภูมิภาค ให้บริการ คลาวด์ (Cloud) ที่ปรับขนาดได้และมีการตอบสนองรวดเร็ว (low-latency)

ด้วยความเชี่ยวชาญในการย้ายเวิร์กโหลดที่ซับซ้อน อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ได้สนับสนุนระบบนิเวศดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย โดยช่วยให้ GoTo Group เปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานบริการด้านการเงินไปอยู่บน คลาวด์ (Cloud) ของ อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ได้อย่างราบรื่น ทำให้สามารถให้บริการผู้ใช้หลายล้านคนโดยไม่มีการหยุดชะงัก (zero downtime) โครงการนี้เน้นย้ำถึงความสามารถของบริษัทในการให้บริการการทรานส์ฟอร์มขนาดใหญ่ที่ยืดหยุ่นให้กับทุกภาคส่วน

Advertisement

นอกจากนี้ อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ยังมุ่งมั่นในการส่งเสริมนวัตกรรม โอเพนซอร์ส (Open-source) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน AI โดยโมเดลภาษาขนาดใหญ่รุ่นล่าสุดอย่าง Qwen3 มียอดดาวน์โหลดทั่วโลกทะลุ 12.5 ล้านครั้ง Qwen3 series ที่รองรับภาษาหลากหลาย รวมถึงภาษาไทย และชุมชน โอเพนซอร์ส (Open-source) ที่เข้มแข็ง ได้ช่วยให้นักพัฒนาสร้างโมเดลอนุพันธ์ (derivative model) กว่า 130,000 โมเดลบนแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Hugging Face การเปิด โอเพนซอร์ส (Open-source) เครื่องมือเหล่านี้เป็นการเสริมสร้างศักยภาพให้สตาร์ทอัพ นักวิจัย และนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในการขับเคลื่อนนวัตกรรม AI

อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแนวทางเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการใช้ คลาวด์ (Cloud), AI และการพัฒนาทักษะ ผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้, เครื่องมือ AI ที่เข้าถึงได้ และการเสริมศักยภาพบุคลากรที่มีความสามารถ ในฐานะพันธมิตรที่เชื่อถือได้ในการกำหนดอนาคตดิจิทัลของภูมิภาค บริษัทมุ่งมั่นที่จะปลดล็อกโอกาสให้กับธุรกิจ ชุมชน และบุคลากรดิจิทัลรุ่นใหม่ของประเทศไทย

Continue Reading
Advertisement