ข่าว
นูทานิคซ์ เผยไทยตลาดสำคัญ ชูแพลตฟอร์มคลาวด์และ AI ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นูทานิคซ์ (Nutanix) บริษัทผู้ให้บริการโซลูชันคลาวด์คอมพิวติ้งและโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที มองว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและเติบโตอย่างรวดเร็ว สะท้อนจากการจัดงาน Nutanix .Next 2025 ในประเทศไทยต่อจากการเปิดตัวที่สหรัฐอเมริกา โดยบริษัทมุ่งเน้นการเป็นตัวกลางที่ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถใช้งานเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก และง่ายดาย ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดเทคโนโลยี
นายเฟสซ์ ชาร์การ์ รองประธานและกรรมการผู้จัดการ – อินเดียและอาเซียน, นูทานิคซ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากรในการติดตั้งและบริหารจัดการเทคโนโลยีด้วยตนเอง ดังนั้น Nutanix จึงนำเสนอแพลตฟอร์มที่ช่วยให้การนำเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ไปใช้งานเป็นเรื่องง่ายเหมือนการตัดแป้งคุกกี้ โดยมีราคาที่สมเหตุสมผล และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เชื่อถือได้
- อ่าน : นูทานิคซ์ (Nutanix) เปิดตัว Cloud Native AOS ขยายแพลตฟอร์มข้อมูลองค์กรสู่ Kubernetes และ Bare-Metal
- อ่าน : Nutanix พบ GenAI กระตุ้นการปรับใช้แอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ แต่ก็มาพร้อมความกังวลด้านความปลอดภัย
- อ่าน : Nutanix ขยายแพลตฟอร์ม AI สู่พับลิคคลาวด์ มอบประสบการณ์การใช้งาน Generative AI ที่ใช้งานง่าย และครบวงจร
ขณะที่เมื่อถามถึงความสำคัญของธุรกิจด้านเทคโนโลยี ทำไมประเทศไทยถึงน่าสนใจ ? เพราะในภูมิภาคเดียวกัน อินเดีย ก็เป็นประเทศที่เป็นเบอร์ต้น ๆ ด้านเทคโนโลยี เฟสซ์ มองว่า อินเดียเป็นตลาดเทคโนดลยีที่เริ่มมานานเป็น 10 ปีแล้ว มีผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากมายแล้ว ดังนั้นจึงมองว่าปัจจุบัน ตลาดที่กำลังเติบโตใหม่ คือภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าไทยจะไม่ใช่ตลาดใหญ่แต่อัตราการเติบโตจะสู้กับตลาดอื่น ๆ ได้
เขายังกล่าวเสริมว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย เป็นตลาดที่สำคัญสำหรับกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัทในอนาคต โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีให้ทันสมัย (Modernize Your Infrastructure), การช่วยให้ลูกค้าสร้างแอปพลิเคชันและใช้งานได้ทุกที่ (Build Apps Once and Run Them Anywhere) และการเป็นผู้ขับเคลื่อนให้ลูกค้าสามารถใช้ Agentic AI ในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
คุณนพดล ปัญญาธิปัตย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ Nutanix (นูทานิคซ์) เปิดเผยว่า Nutanix ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาเป็นเวลา 11 ปี ซึ่งนับเป็นประเทศที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่บริษัทเข้ามาดำเนินงานหลังจากก่อตั้งบริษัทแม่ได้เพียง 5 ปี ปัจจุบัน Nutanix ทำธุรกิจผ่านพันธมิตรทางธุรกิจเป็นหลัก โดยมีกลุ่มลูกค้าสำคัญคือ ภาคการเงินและประกันภัย (FSI), ภาครัฐ (Public sector) และอุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing) นอกจากนี้ยังเล็งเห็นแนวโน้มที่ภาคส่วนสุขภาพและการศึกษาเริ่มให้ความสนใจในบริการของบริษัท
คุณนพดลยังเสริมว่า แพลตฟอร์มของ Nutanix มีจุดเด่นด้านความง่ายในการใช้งานและไร้รอยต่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าให้การยอมรับ
ในมุมมองของคุณนพดล แม้สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกจะมีความท้าทาย แต่ภาคการเงินยังคงเดินหน้าปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ (Optimization) และรับมือกับการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี ซึ่งแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายของ Nutanix จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ได้
นอกจากนี้ การมาของ AI ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในภาครัฐที่เล็งเห็นว่าการนำ AI มาใช้เป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การที่ AI ต้องการใช้งาน Private Cloud กับศูนย์ข้อมูลหลากหลายแห่งและหลากหลายยี่ห้อ ทำให้ Nutanix ซึ่งเป็นพันธมิตรกับทุกฝ่ายสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้
นายสุรักษ์ ธรรมรักษ์ ผู้จัดการวิศวกรระบบของ Nutanix (นูทานิคซ์) ประเทศไทย กล่าวถึงโจทย์สำคัญของบริษัทหลังจากนี้คือ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีให้ทันสมัย (Modernize Your Infrastructure) เนื่องจากยังมีลูกค้าจำนวนมากที่ใช้ระบบเดิมมานานกว่า 30 ปีแต่ยังไม่สามารถอัปเดตได้ ภายในงาน Nutanix .Next 2025 ได้มีการเปิดตัว Dell Technologies PowerFlex ที่พร้อมให้บริการแล้ว และ Pure Storage FlashArray ที่สามารถทำงานร่วมกับระบบจัดเก็บข้อมูลภายนอกของ Nutanix จะพร้อมให้บริการช่วงปลายปีนี้
นอกจากนี้ FlashStack with Nutanix ยังได้รวบรวมเทคโนโลยีจาก Pure Storage และ Cisco ไว้ในตู้เดียว ซึ่งช่วยให้การใช้งาน Private Cloud เป็นไปได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน
วิธีการทำงานของ Nutanix คือการเป็นผู้แปลภาษาที่แต่ละ Data Center เช่น AWS, Azure และ Google (ที่จะพร้อมให้บริการปลายปี 2025) ใช้งาน เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้บริการจากทุกค่ายได้อย่างง่ายดายบน Nutanix Kubernetes Platform โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ของ Nutanix เพียงแค่ผ่านการรับรองมาตรฐานเท่านั้น
นอกจากนี้ สำหรับการใช้งาน AI ในองค์กร Nutanix ยังมีบริการ Nutanix Enterprise AI ที่ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ของ NVIDIA เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการใช้งาน Public Cloud ที่คิดค่าบริการตาม API Token โดยย้ายมาอยู่บน Private AI ขององค์กรแทน
