ข่าว
นนทบุรี วิศวกรสาว ร้องทนายรณณรงค์ ร.พ.ดังมั่วประวัติการรักษาทั้งที่ไม่เคยแอดมิด
ผู้สื่อข่าว : ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าวนนทบุรี
เมื่อเวลา 13.00 น วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด
จังหวัดนนทบุรี น.ส.รัตนาภรณ์ นุชศิริ อายุ 42 ปี อาชีพวิศวกร ผู้เสียหายเดินทางเข้าร้องเรียน ขอความช่วยเหลือจากทนายรณรงค์ แก้วเพชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม หลังถูกโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่ย่านบางใหญ่มั่วประวัติการรักษาทั้งที่ไม่เคยแอดมิดจริง แถมเอาไปเบิกประกันสังคม
น.ส.รัตนาภรณ์ นุชศิริ อายุ 42 ปี อาชีพวิศวกร ผู้เสียหาย เล่าว่า เนื่องจากตนจะทำประกันและประกันบอกล้างสัญญาเพราะเขาไปตรวจพบเจอเอกสารว่ามีประวัติไปรักษาก่อนจะมาทำประกัน แต่ตนสอบถามเรื่องเอกสารมันได้มาจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งมันปรากฎข้อมูลว่าตนไปรักษาเกี่ยวกับทางนารีเวช ซึ่งจริงๆตนไม่ได้เข้าไปรักษา ตนเสียสิทธิ์เพราะประกันไม่จ่ายเงินตามสัญญา เพราะตนทำประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง พอตนเครมยื่นไปประกันก็บอกล้างอ้างว่าตนมีประวัติการรักษามาก่อน คือมันมีเอกสารฉบับนึงลงวันที่ 21 มิ.ย. 61 ว่าตนไปรักษาด้วยอาการประจำเดือนมามากกว่า 10 ผืนต่อวัน ขณะนอนรพ.มีประจำเดือนมากกว่า 4 ผืน และได้เลือดไป 6 ถุง ซึ่งตนไม่ได้เข้าไปทำการนักษาแน่นอน ตนไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับโรคพวกนี้มาก่อน และวันที่ 21 ตนไม่ได้ไปโรงพยาบาลแน่ๆ ถามว่าตนเคยไปโรงพยาบาลนี้มั้ย ตนเคยไปแอดมิทด้วยอาการท้องเสีย เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 61 ตนไปนอนโรงพยาบาลจริง 1 คืน และเราก็ไปตรวจพบว่าโรงพยาบาลทำประวัติเรานอนแอดมิท 4 คืน ซึ่งไม่ทราบเหตุผล นอนโรงพยาบาลตนใช้ยื่นสิทธิ์ 2 อย่าง คือประกันสังคมกับประกันสุขภาพ ตนยืนยันว่าไม่เคยเข้ารับการรักษา ย้อนไปดูวันที่ 21 มิ.ย. ตอนนั้นตนอยู่ที่โรงงานของลูกค้า ไปทำงานปกติ หลังจากที่ตนเห็นเอกสารตนก็งง และพอดีเห็นชื่อแพทย์หญิงในใบนี้ ตนเลยหาทางติดต่อตามชื่อนี้ว่าที่มาที่ไปเป็นยังไง ตอนนี้เท่าที่คุยทางโทรศัพท์คุณหมอเปิดคลีนิคอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี คุณหมอเขาไม่แน่ใจเรื่องไทม์ไลน์ แต่ตั้งแต่รักษามาไม่เคยให้เลือดใครถึง 6 ถุง พอเช็คกันถึงวันที่ 21 มิ.ย. 61 คุณหมอเขาคิดว่าช่วงนั้นอาจจะยังมีชื่อของเขาอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งเขามาอยู่ที่นี่สั้นๆ มีชื่ออยู่แต่ตอนนั้นตัวไม่ได้อยู่แล้ว เพราะช่วงปลายเดือนมิ.ย. เขาลาเพื่อไปเรียนต่อที่ม.ขอนแก่น ซึ่งมันซับซ้อนไปกันใหญ่
ทางด้านทนายรณรงค์กล่าวว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่โรงพยาบาลเอกชนทำข้อมูลไม่ตรงกับประวัติการรักษา ไม่ได้ไปรักษาจริงแต่มีประงวัติไปรักษาต้องให้กรมสนับสนุนสุขภาพโครงการสาธารณสุขเข้ามาตรวจสอบถ้าพบว่าเป็นเอกสารปลอมก็มีความผิดทางกฏหมายอีก ผู้เสียหายมีสิทธิแจ้งความตามกฏหมายเอาผิดกับโรงพยาบาลได้ มีสิทธิร้องเรียนที่กรรมสาธารณสุขเพื่อตรวจสอบ และมีสิทธิที่จะเรียกร้องประกันได้ เขาไปให้เลือดไม่เกี่ยวข้องกับที่ไปตรวจเจอโรคร้าย บริษัทประกันไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้และต้องรับผิดชอบ ต่อให้ไม่เป็นเวชระเบียนก็ตาม
