ข่าว
“TFM” เดินหน้าลดก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มกุ้ง จับมือเกษตรกรสู่ความยั่งยืน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจของไทย ร่วมกับ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำสู่ความยั่งยืน ผ่านโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกระบวนการเลี้ยงกุ้ง (Shrimp Decarbonization Project) โครงการนี้มีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน ฟาร์มกุ้ง ลง 25-35 เปอร์เซ็นต์ เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรเข้าถึง ตลาดพรีเมียม และเสริมสร้างความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain)
นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM เปิดเผยว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 ลง 42 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2573 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero) ภายในปี 2593 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว TFM ได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม เช่น การใช้พลังงานหมุนเวียนและการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต ปัจจุบันโรงงานมหาชัยและระโนดได้ติดตั้งระบบ โซลาร์เซลล์ กำลังการผลิตรวม 3.1 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ โรงงานมหาชัยยังเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) แทนเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในปีที่ผ่านมา TFM สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยการผลิตได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้ TFM ยังให้ความสำคัญกับการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงาน โดยปรับปรุงระบบ Boiler และนำพลังงานจาก โซลาร์เซลล์ มาใช้ในโรงงานมหาชัยและระโนด รวมถึงการใช้เครื่องจักรที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น รถยกระบบไฟฟ้า (Electric Forklift) และรถยนต์บรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) รวมถึงการปรับระบบไอน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และการนำน้ำควบแน่นกลับมาใช้ใหม่เพื่อลดการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นระบบ ในด้านสิ่งแวดล้อม TFM สามารถลดการใช้น้ำได้ 10 เปอร์เซ็นต์ต่อหน่วยการผลิต และลดปริมาณขยะได้มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ผ่านการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์และรีไซเคิล โดยโรงงานทั้งที่มหาชัยและระโนดยังดำเนินงานแบบ Zero Discharge โดยไม่มีการปล่อยน้ำเสียหลังบำบัดสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
TFM ได้ร่วมมือกับ ไทยยูเนี่ยน ผลักดันโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกระบวนการเลี้ยงกุ้ง (Shrimp Decarbonization Project) โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของการผลิตกุ้ง 25-35 เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหลัก ได้แก่
- ใช้อาหารกุ้งที่มีส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่าและต้องได้รับมาตรฐานที่ยอมรับโดยองค์กร FEFAC หรือ European Feed Manufacturers’ Federation
- ปูบ่อกุ้งหรือขอบบ่อด้วย PE หรือ Polyethylene เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเลี้ยง พร้อมใช้เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ (Autofeed) เพื่อลดปริมาณอาหารส่วนเกิน
- ติดตั้งระบบ โซลาร์เซลล์ ที่สามารถจ่ายไฟฟ้าเฉลี่ยในฟาร์มได้อย่างน้อย 80 เปอร์เซ็นต์ในเวลากลางวัน
นอกจากนี้ ยังมีข้อกำหนดเพิ่มเติมตามความสมัครใจคือการติดตั้งอุปกรณ์ HydroNeo ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Smart Farming ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าในฟาร์ม โดยสามารถวัดคุณภาพน้ำได้แบบเรียลไทม์
นายพีระศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับประโยชน์หลายประการ ได้แก่ 1) ลดต้นทุนอาหารโดยตรง โดยเกษตรกรจะได้รับส่วนลดค่าอาหารกุ้งจาก TFM เมื่อจำหน่ายกุ้งที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพตามโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มกุ้งให้แก่กลุ่มไทยยูเนี่ยน 2) ประหยัดค่าไฟฟ้าในฟาร์มจากการติดตั้ง โซลาร์เซลล์ หากเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ Solar Farm ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับพันธมิตรของกลุ่มไทยยูเนี่ยน เกษตรกรจะไม่ต้องลงทุนเริ่มต้นเองและสามารถลดค่าไฟฟ้าได้ตั้งแต่เริ่มโครงการ และ 3) เกษตรกรจะได้รับการส่งเสริมให้เข้าสู่ ตลาดพรีเมียม ที่ต้องการกุ้งจากแหล่งผลิตที่ยั่งยืนและได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้ว 19 ราย โดยตั้งเป้ายอดขายในช่วงเริ่มต้นของโครงการ 1,500 – 2,000 ตัน
โครงการ Shrimp Decarbonization Project นี้จะก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายในห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เริ่มจาก TFM ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหารกุ้งที่สามารถออกผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมการเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ ในส่วนของ ฟาร์มกุ้ง จะได้รับประโยชน์ด้านต้นทุนที่ลดลงทั้งจากส่วนลดค่าอาหารกุ้งและต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้ รวมถึงโอกาสในการพัฒนาฟาร์มสู่ระดับสากล สำหรับ ไทยยูเนี่ยน จะได้รับประโยชน์จากการมี ฟาร์มกุ้ง ที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น และมีแหล่งกุ้งที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานความยั่งยืนเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนขององค์กร ทั้งในมิติของการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์และการยกระดับซัพพลายเชนให้ยั่งยืน
นอกจากนี้ TFM ยังเป็นโรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำแห่งแรกในเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ASC Feed ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลจาก Aquaculture Stewardship Council (ASC) ที่ครอบคลุมทั้งด้านสิทธิแรงงาน การจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับที่โปร่งใส โดยตามข้อกำหนดล่าสุดของ ASC ฟาร์มที่ต้องการการรับรอง ASC จะต้องเริ่มใช้อาหารสัตว์น้ำจากโรงงานที่ได้รับการรับรอง ASC Feed ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป ทำให้ TFM พร้อมสนับสนุนลูกค้าในการเข้าสู่มาตรฐานสากล เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดส่งออกและ ตลาดพรีเมียม ทั่วโลก
