Connect with us

การเมือง

“ประยุทธ์” ลั่นจะอยู่ต่อจนกว่าจะไม่มีโอกาสได้ทำงาน หลังเปิดสภาถกแก้ปัญหาประเทศ

Published

on

ประชุมสภา

“ประยุทธ์” ลั่นจะอยู่ต่อจนกว่าจะไม่มีโอกาสได้ทำงาน พ้อไม่ขอตัดช่องน้อยในยามที่ประเทศมีปัญหา เตือนอย่างดึงต่างชาติเข้ามาเบื้องหลัง แย้มมีนักข่าวกระซิบเตรียม “วิสาร” จัดฉากฟ้องโลก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวชี้แจงว่า หลายอย่างที่พูดในสภา ผู้ที่ไม่ค่อยเห็นชอบและโจมตีตนมาตลอดไม่เคยเปลี่ยนแปลง ตนรับได้ และฟังมาหลายรอบ ทั้งเศรษฐกิจและชี้แจงตัวเลขต่างๆ ก็บิดเบือนหลายประการ การที่บอกว่าประเทศยากจน ไม่ได้ขึ้นบัญชีคนจน ท่านเรียกของท่านเอง แต่เป็นการช่วยเหลือครัวเรือนให้พอมีกินมีใช้ ไม่ถึงขนาดไปผ่อนรถ แต่ที่บอกว่าตัวเลขรายได้ตก ก็มาจากรัฐบาลก่อนๆ แต่เป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก แต่เรื่องการเกษตร การใช้พื้นที่ให้เหมาะสมก็ไม่เคยมีใครพูดมาก่อน เพิ่งมาพูดรัฐบาลนี้ แต่ถ้าฟังด้านเดียวก็จะหาว่ารัฐบาลใช้ไม่ได้ แต่ถ้าบอกว่าให้ตนลาออก เพราะบริหารประเทศล้มเหลว ย้อนไปปี 2549 มีการชุมนุม แล้วตอนนั้นลาออกหรือไม่ และตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน การชุมนุมตนรักทุกคนเหมือนลูกหลาน เป็นเสียงหนึ่งของคนไทย ,,, ชุดนักเรียน การแต่งชุดนักเรียนทำให้ประหยัด ไม่เกิดความแตกต่าง ทรงผหมก็เพื่อให้เกิดความปลอดภัยว่าถ้าไปเดินตรงพื้นที่ต่างๆ ก็จะไม่ถูกทำร้าย แต่วันนี้โลกเปลี่ยนแล้ว ผมยอมรับได้ ไปคิดเอาเอง

การใช้โซเชียลมีเดียในการขับเคลื่อน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตาม เห็นว่ามีคนโพสต์ครั้งแรก 200 คน จากนั้นขึ้นเป็น 50000 คนจากบัญชีเดิม ไม่รู้ใช้เทคโนโลยีอะไร แต่ตัวเลขที่แต่ละระยะเพิ่มขึ้นเท่ากัน ไม่รู้ว่ามีเครือข่ายหรือไม่ การใช้ AI โพสต์ข้อมูลต่างๆ ทั้งสิ้นที่บอกว่ารัฐบาลปิดกั้นไม่เคยปิดกั้น แต่ถ้ามันเกินไป วันนี้มันมีปัญหา ไม่ว่าจะนัดแนะ ชวนเที่ยว ใบ้หวย มันทำให้เงินที่มีอยู่แล้วยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชารายชื่อ พรรคก้าวไกล ประท้วงว่าที่นายกฯ บอกว่า “ผู้หญิงมีปัญหา ต้องถอนคำพูด” นายกฯ รัฐมนตรีชี้แจงว่า ผู้หญิงที่ถูกละเมิดตนต้องดูแล

Advertisement

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ขอบคุณสมาชิกรัฐสภาทุกท่านที่เสนอความเห็นและเรื่องที่เสนอตนจะขอนำแนวทางไปปฏิบัติ และนำไปพิจารณา ตนมีความเป็นห่วงประเทศไทยเหมือนที่ทุกท่านเป็นห่วง ตอนนี้ประเทศมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดต่ำ มาจากพื้นฐานสาธารณสุขที่มันคง แต่ยังต้องระมัดระวังเพราะทุกภูมิภาคยังมีการแพร่ระบาดอยู่ แต่ถ้าระบาดมาก็คงจะไม่ไหว ตนห่วงใยไม่ใช่ข่มขู่ ผมรักท่านถึงเป็นห่วงท่าน เราเป็นศูนย์กลางของอาเซียนที่ถูกรุมล้อม รัฐบากำลังแก้ปัญหาเศรษฐกิจเร่งด่วน ไม่ใช่สนับสนุนผู้ประกอบการ แต่ไม่ต้องการให้ยกเลิกการจ้างงาน ต้องพิจารณาตามลำดับเหมาะสม ดูแลคนทุกกลุ่ม และคาดว่าถ้าวัคซีนผลิตออกมาได้เราก็พร้อมที่จะผลิตเพื่อควบคุมการระบาด เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวในกลางปีหน้า เศรษฐกิจไทยจะค่อยฟื้นตัวอย่างช้าๆ แต่ถ้าไปถามพ่อค้าแม่ค้า เมื่อคนมาเที่ยวน้อยลงก็จะรายได้ตกอยู่แล้ว แต่รัฐบาลก็อัดเงินเข้าไปให้ค่อย ๆ ดีขึ้น

ส่วนการชุมนุมในประเทศ ผมไม่โทษเขา เราต้องหาวิธีแก้ไขกันให้ได้ มีมาตรการผ่อนคลายหลายอย่าง แต่ถ้าไม่ฟังก็ไม่เข้าใจ ก็โทษรัฐบาลอยู่ร่ำไป ผมรับได้ ความแยกแตกในครอบครัว และความเห็นต่างระหว่างวัย ประเทศไทยเคยรัก เคารพ เอื้อเฟื้อกัน ตนไม่อย่างให้ความดีงามนี้หายไปเพราะความไม่เข้าใจระหว่างรุ่น โลกโซเชียลมีเดีย มีการใช้ข้อมูลของคนกลุ่มเปราะบางไปใช้ประโยชน์เสมอ ไม่คุ้มกัน เพราะเราจะเสียใจในวันนี้ ตนได้รับข้อมูลจากนักข่าวข้างล่างมามีเบื้องหลัง เหมือนกัน การแก้รัฐธรรมนูญเป็นขั้นตอนของรัฐสภาอยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า ตนในฐานะรัฐบาล ฝ่ายบริหาร ก็สนับสนุน หน้าที่ใครก็ทำหน้า ตนร่วมมือได้กับทุกคน ไม่ก้าวล่วงกับใคร รัฐธรรมนูญจะจบได้หรือไม่ได้ตนไม่เคยยึดติดกับตำแหน่ง หลายคนที่บอกว่าอยากอยู่นาน ๆ ต้องไปถามคนร่างรัฐธรรมนูญ บางคนก็พูดใช้อารมณ์ ออกมาไล่ตนทุกวัน “ให้ความเป็นธรรมกับผมบ้าง” ตนไม่ตัดช่องน้อยแต่พอตัวเพื่อหนีปัญหา ไม่ละทิ้งหน้าที่โดยการลาออกเมื่อประเทศมีปัญหา ต้องประคับประคองประเทศไปข้างหน้า หลายคนบอกว่ารัฐบาลไม่ทำอะไรเลยใช้เงินอย่างเดียว แต่การขยายถนน รถไฟ รถไฟฟ้าเกิดรัฐบาลชุดไหนไม่เคยฟังคนที่มาเพ็ดทูลไล่กลับไปทุกคน เพราะอ่านเองได้ถ้าสงสัยก็เรียกมาถาม ไม่ได้บริหารงานบนหอคอย

“เจ็บคอ ทุกท่านของขึ้นมาทั้งสองวัน วันนี้ขอพูดบ้าง วันนี้พูดน้อยพร้อมรอยยิ้ม ไม่โกรธเพราะโกรธไปก็เท่านั้น โมโหใครก็เท่านั้น ให้ร้ายใครก็เท่านั้น กรรมใดใครก่อก็รับไปทำบุญทำกุศลก็ไม่มีใครช่วยได้นอกจากท่านช่วยตัวเอง”

ตนได้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีเพื่อให้ประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าจนกว่าจะไม่มีโอกาสได้ทำ “ผมตอบชัดไหมครับ” ขอให้ทุกคนห่วงลูกหลานด้วย อย่าทำอะไรที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ และอย่าเอาต่างประเทศเข้ามาในแผ่นดิน เพราะแผ่นดินมีอำนาจอธิปไตย มันอันตรายที่สุดจะอยู่จะไม่ได้ ไม่มีปัญหาเฉพาะเราอย่างเดียว ตนขอเตือนไว้เท่านั้น เพราะไม่ได้กล่าวอ้างใคร” มีนักข่าวข้างล่างแจ้งมาว่าเตรียมไว้แล้วช็อตเด็ด เตรียมเผยแพร่ไปทั่วโลก

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประท้วงว่า นายกฯ ใส่ร้ายผู้ชุมนุมว่าดึงต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง ท่านมีหลักฐานอะไรเอามาแสดง และขออย่าชี้หน้าตน

Advertisement

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ผมไม่พูดกับคุณดีกว่า”

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่า ตนถูกอ้างอิง และขอพูดว่าใครที่สร้างบาปให้ประเทศชาติก็รับกรรมนั้นไป พร้อมกล่าวถึงคนที่กล่าวว่าตนจัดฉาก บอกว่าถ้าแน่จริงให้มากรีดแขนอย่างตน

ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่รับให้เปิดสมัยประชุมวิสามัญรัฐสภา มาตรา 165 เป็นการฟังความคิดเห็น แม้ว่าความเห็นจะมีความแตกต่างโดยสิ้นเชิง แต่ก็ไม่เกิดความรุนแรง อย่างไรก็ตามคนที่เป็นห่วงอนาคตของประเทศคือประชาชน สภาของเราต้องหาทางออกที่บรรเทา เพื่อลดปัญหาลงระดับหนึ่ง ส่วนที่นายวิรัช เสนอเป็นเรื่องที่นอกเหนือจากมาตรา 165 แต่จะรับไปพิจารณา ขอขอบคุณทุกฝ่าย และปิดสมัยประชุมวิสามัญรัฐสภา

Advertisement
Continue Reading
Advertisement