ข่าว
TOR ทุบทำลายอาคารประวัติศาสตร์เมืองแพร่ใครจะถูกหวย สำนัก13 ส่งจนท.ร่วม 100 สำเลียงซากไม้จากอาคารหลบฝน ทนายชี้โทษจำคุก
ผู้สื่อข่าว : ธีรพงษ์ ธงออน ผู้สื่อข่าวแพร่
วันที่ 18 มิถุนายน 2563 ความคืบหน้าหลังจากรื้อทุบทำลายอาคารประวัติศาสตร์เมืองแพร่ ร่องรอยการป่าไม้ไทยที่สวนรุกขชาติเชตวัน ในเขตเทศบาลเมืองแพร่ ในช่วงนี้มีฝนตกหนักตลอดสองวันที่ผ่านมา และมีทีท่าจะยังตกหนักต่อไป ทางนายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ พร้อมคนงานบริษัทรับเหมาร่วม 100 คนช่วยกันลำเลียงไม้ที่รื้อถอนไปเก็บในอาคารอีกหลังหนึ่ง เพื่อไม่ให้เปียกฝน เกรงว่าจะได้รับความเสียหายก่อนที่จะนำไปสร้างใหม่ และบริเวณดังกล่าวมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดและสปอร์ไลท์ เพื่อเป็นการป้องกันการลักขโมยที่อาจเกิดขึ้นได้ในเวลากลางคืน

ในส่วนองค์กรต่าง ๆ และแกนนำภาคีคนรักษ์เมืองเก่าหวั่นว่า การตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของนางกานต์เปรมปรีย์ ชิตานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ จะทำเป็นพิธีเพื่อให้ลดกระแสเท่านั้น โดยเฉพาะผู้ที่ทุบทำลายอาคารประวัติศาสตร์เมืองแพร่ หรือให้โบราณสถานเสียหายอาจลอยนวลได้ ทางนายสุรพงษ์ กองจันทึก นักกฎหมายและนักสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า อาคารบอมเบย์เบอร์มา ซึ่งเป็นอาคารไม้สักทองอายุเก่าแก่ถึง 131 ปี (อาคารประวัติศาสตร์เมืองแพร่) ถือเป็นโบราณสถาน เนื่องจากเข้าองค์ประกอบเป็นโบราณสถาน แม้ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากร ก็ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 ระบุว่า โบราณสถาน หมายความว่า อสังหาริมทรัพย์ซึ่งโดยอายุ หรือโดยลักษณะแห่งการก่อสร้างหรือโดยหลักฐานเกี่ยวกับประวัติของอสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นประโยชน์ในทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี ทั้งนี้ให้รวมถึงสถานที่ที่เป็นแหล่งโบราณคดี แหล่งประวัติศาสตร์ และอุทยานประวัติศาสตร์ด้วย

ดังนั้นอาคารนี้สร้างตั้งแต่ราวปี 2432 นับว่ามีอายุยืนนานมาก เป็นอาคารศิลปะแบบบอมเบย์เบอร์มาขนาดใหญ่ และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์การทำไม้มาแต่โบราณ จึงเข้าองค์ประกอบเป็นโบราณสถาน ซึ่งได้รับการคุ้มครอง หากผู้ใดทำลาย ทำให้เสียหาย ทำให้เสื่อมค่า ต้องได้รับโทษตามมาตรา 32 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกินเจ็ดแสนบาท นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า เป็นหน้าที่ของกรมศิลปากรในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมายฉบับนี้ ต้องตรวจสอบ และแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดตามกฎหมายหรือประชาชนผู้พบเห็นสามารถแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดได้

ขณะนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดว่าใครเป็นผู้กระทำผิด กี่คนที่เป็นผู้มีอำนาจสั่งการให้ทุบทำลายอาคารประวัติศาสตร์ดังกล่าว โดยเฉพาะงบประมาณที่ใช้เป็นงบพัฒนาจังหวัด ใครเป็นคนขอ ใครอนุมัติโดยมีการมอบอำนาจให้ดำเนินการได้อย่างไร สำหรับแหล่งข่าวจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ยืนยันว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้ลงนามมอบอำนาจให้ สำนัก 13 ดำเนินการซึ่งการเปลี่ยนแปลง TOR จึงทำได้ประเด็นดังกล่าว เป็นสิ่งที่น่าติดตามว่าใครเป็นผู้สั่งการตามกฏหมายตัวจริงและขอบข่ายการรับผิดชอบไปถึงไหน ในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 19 มิถุนายน) จะมีการแถลงข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อคลายปมสงสัยอย่างไรก็ตามเช่นกัน ส่วนนายศรีสุวรรณ จรรยา จะยื่นฟ้องหลายหน่วยงานรวมทั้งส่ง ปปช.ด้วย

