การศึกษา
นักศึกษา-ครูทั่วจีน เปิดชั้นเรียนออนไลน์สอนลูกๆ ของบุคลากรที่ไปสู้ “โควิด-19”
สำนักข่าวซินหัว เผยแพร่เรื่องราว นอกจากอาสาสมัครจำนวนมากที่ปฏิบัติหน้าที่ในชุมชนระดับรากหญ้า ในช่วงเวลาที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่ระบาดแล้ว บรรดาครูอาจารย์และนักศึกษาจำนวนมากก็ไม่นิ่งเฉย เปิดระบบการสอนหนังสือออนไลน์ให้แก่เด็กๆ ที่พ่อแม่ปฏิบัติงานอยู่แนวหน้าเพื่อต่อสู้กับโรคโควิด-19
หลี่ตาน นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยครูหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของประเทศจีนเป็นหนึ่งในกลุ่มคนดังกล่าว ช่วงนี้เขาต้องคอยดูโทรศัพท์มือถืออยู่บ่อยๆ เผื่อว่านักเรียนที่เขาสอนทางออนไลน์จะมีคำถามเพิ่มเติม

หลี่ รวมทีมกับเพื่อนอีก 3 คน เปิดชั้นเรียนออนไลน์เพื่อสอนเหลียงฉีเจี่ยน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 คนหนึ่ง ที่กำลังเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่ที่บ้าน แม่ของเขาต้องเดินทางไปรักษาผู้ป่วยที่มณฑลหูเป่ย ตอนกลางของประเทศจีนซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรค
“ตอนนี้เราสนิทกันมากขึ้น เหลียงพร้อมเล่าปัญหาและความกังวลต่างๆ ให้เราฟัง” หลี่เล่า เขาพูดคุยกับเหลียงผ่านทางวีแชทบ่อยครั้ง เพื่อช่วยคลายความเครียดของการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย
เนี่ยช่าน ประธานสมาคมอาสาสมัครของมหาวิทยาลัยครูหนานหนิง เข้าร่วมกลุ่มการเรียนการสอนของหลี่ และประชาสัมพันธ์กิจกรรมอาสาสมัครให้นักศึกษาคนอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยรับรู้
“หลังจากลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครแล้ว ก็มีนักเรียนกดติดตามพวกเราจำนวนมาก ตัวเลขนักเรียนที่ยื่นสมัครเข้าโครงการสอนหนังสือของเรายังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วย” เนี่ยเล่า โดยปัจจุบันมีอาสาสมัครจากมหาวิทยาลัยครูหนานหนิงเข้าร่วมโครงการรวม 59 คน สอนหนังสือเด็กนักเรียนทั้งหมด 45 คน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมปลาย

นอกจากบรรดานักศึกษาแล้ว ครูอาจารย์ทั่วประเทศก็ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ในช่วงเชื้อไวรัสแพร่ระบาดเช่นกัน โดยในนครฉางซา เมืองเอกของมณฑลหูหนานตอนกลางของประเทศจีน มีครูระดับประถมและมัธยมต้นกว่า 1,200 คน เป็นอาสาสมัครดูแลเด็ก 700 คน ซึ่งเป็นลูกๆ ของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ท้องถิ่น ด้านสหพันธ์สตรีมณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของประเทศจีนได้จัดตั้งกลุ่มครูมาเป็น “คุณแม่ชั่วคราว” เพื่อสอนหนังสือเด็กๆ ทางออนไลน์
“การดูแลเด็กๆ ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้เป็นหน้าที่ของพวกเรา เราทำงานเบื้องหลัง เพื่อคอยสนับสนุนผู้ปกครองของเด็กๆ ทุกคน” หลี่กวงหัว ครูประถมคนหนึ่งแห่งนครฉางซากล่าว
