Connect with us

ข่าว

GSMA เตือนความเหลื่อมล้ำทาง AI พุ่งสูง หลังต้นทุนชิ้นส่วนสมาร์ตโฟนแพงขึ้น ดันราคาเครื่องพุ่งกระทบประชากร 3 พันล้านคน

Published

on

รายงาน GSMA เผยเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ในอาเซียนเกือบครึ่งคดีไม่คืบหน้า ขณะที่ไทยครองสถิติถูกหลอกต่ำสุดในภูมิภาคที่ 5% พร้อมเตือนภัย AI ยกระดับกลโกงซับซ้อนขึ้น

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สมาคมจีเอสเอ็มเอ (GSMA) เตือนว่า ทั่วโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงจากการเกิดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Divide ระหว่างกลุ่มที่เข้าถึงและไม่สามารถเข้าถึงได้ หากไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะปัญหาด้านราคาของ สมาร์ตโฟน ที่ปรับตัวสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อประชากรในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลางกว่า 3.4 พันล้านคน ซึ่งยังไม่สามารถเข้าถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือ แม้ว่ากว่าร้อยละ 90 จะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณบรอดแบนด์ครอบคลุมแล้วก็ตาม

รายงานสถานะการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนมือถือประจำปี 2026 (State of Mobile Internet Connectivity Report 2026) ระบุว่า อุปสรรคสำคัญของการเข้าถึงดิจิทัลในปัจจุบันคือ ราคาชิปเซตและหน่วยความจำของสมาร์ตโฟนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีสาเหตุมาจากความต้องการชิ้นส่วนเพื่อนำไปพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้าน ปัญญาประดิษฐ์ และศูนย์ข้อมูลทั่วโลก ต้นทุนชิ้นส่วนเหล่านี้เริ่มส่งผลให้ราคาสมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้ผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยไม่สามารถซื้ออุปกรณ์ได้ และกลายเป็นปัจจัยลบที่บั่นทอนความก้าวหน้าในการลดช่องว่างการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลก

นายวิเวก บาดรีนาธ (Vivek Badrinath) ผู้อำนวยการใหญ่ของ GSMA กล่าวว่า แม้เทคโนโลยี AI จะมีศักยภาพในการพัฒนาคุณภาพชีวิต แต่ประโยชน์ดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นหากผู้คนไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ตั้งแต่แรก ความเสี่ยงสำคัญจึงอยู่ที่ความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ที่สามารถจ่ายค่าบริการและอุปกรณ์เพื่อเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้ กับผู้ที่ไม่สามารถจ่ายได้ ทั้งนี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างเร่งด่วนจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ผลิตอุปกรณ์ ผู้ให้บริการเครือข่าย ตลอดจนผู้กำหนดนโยบายภาครัฐ เพื่อผลักดันมาตรการด้านการผลิต ภาษี และสนับสนุนการนำอุปกรณ์กลับมาใช้ซ้ำ เพื่อให้เครื่องระดับเริ่มต้นมีราคาที่เข้าถึงได้

จากสถิติของรายงานระบุว่า ในปี 2025 มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือผ่านอุปกรณ์ของตนเองรวม 4.8 พันล้านคน ทว่าอัตราการเติบโตเริ่มชะลอตัวลง โดยมีผู้ใช้งานหน้าใหม่เพิ่มขึ้นเพียง 160 ล้านคน ลดลงจาก 190 ล้านคนในปีก่อนหน้า ขณะที่ประชากรอีกกว่า 3.1 พันล้านคนยังคงอยู่ในกลุ่มช่องว่างการใช้งาน (Usage Gap) เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์ใช้งานเป็นของตนเอง โดยผลสำรวจชี้ว่า ราคาเครื่องโทรศัพท์คืออุปสรรคอันดับแรก ตามมาด้วยทักษะทางดิจิทัล โดย ณ สิ้นปี 2025 ประชากรกลุ่มที่ยากจนที่สุดร้อยละ 20 ในกลุ่มประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง ต้องใช้เงินเฉลี่ยถึงร้อยละ 44 ของรายได้ต่อเดือนเพื่อซื้อสมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้น และตัวเลขดังกล่าวพุ่งสูงถึงร้อยละ 76 ในภูมิภาคแอฟริกาใต้สะฮารา

Advertisement

ข้อมูลจากเคาน์เตอร์พอยต์ รีเสิร์ช (Counterpoint Research) เสริมว่า ราคาหน่วยความจำเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วงไตรมาส 3 ปี 2025 ถึงไตรมาส 1 ปี 2026 ก่อนจะปรับขึ้นอีกร้อยละ 80 ถึง 90 ในไตรมาส 2 ปี 2026 ส่งผลให้ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐที่หดตัวลงอย่างหนัก ทั้งนี้ GSMA ประเมินว่า การลดช่องว่างการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือจะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหรือ GDP เพิ่มขึ้นถึง 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างปี 2023 ถึง 2030 ซึ่งร้อยละ 90 ของผลประโยชน์จะตกอยู่กับประเทศกำลังพัฒนา การแก้ปัญหาด้านราคาอุปกรณ์และการพัฒนาทักษะดิจิทัลจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเท่าเทียมในยุค AI

Continue Reading
Advertisement